ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ชมรมบริหารงานบุคคล
dot
bulletสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย
bulletชมรมบริหารงานบุคคล
bulletชมรมบริหารงานบุคคล อยุธยา
bulletชมรมบริหารงานบุคคลรังสิต
bulletชมรมผู้บริหารงานบุคคล อมตะนคร
bulletสมาคมการบริหารงานบุคคล (PAAs)
bulletชมรมบริหารงานบุคคลบางพลี
bulletชมรมนักบริหารงานบุคคลพัทยา
bulletชมรมบริหารงานบุคคลยุคใหม่
bulletชมรมผู้บริหารงานบุคคลจังหวัดราชบุรี
bulletงานบริหารงานบุคคล
bulletชมรมงานบริหารงานบุคคลกรุงเทพฯ
bulletชมรมบริหารงานบุคลสุขสวัสดิ์
dot
ติดต่อราชการศาล
dot
bulletศาลแรงงานกลาง
bulletศาลแรงงานภาค ๒
bulletศาลยุติธรรม
bulletศาลปกครอง
bulletศาลรัฐธรมนูญ
bulletสำนักงานอัยการสูงสุด
bulletกระทรวงยุติธรรม
bulletคณะกรรมการกฤษฎีกา
bulletกรมบังคับคดี
bulletสภาทนายความ
dot
หน่วยงานราชการสำคัญ
dot
bulletกระทรวงแรงงาน
bulletกรมการจัดหางาน
bulletกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
bulletกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletกรมสรรพากร
bulletกรมบัญชีกลาง
bulletกรมพัฒนาธุรกิจกาค้า
bulletกระทรวงอุตสาหกรรม
bulletกรมโรงงานอุตสาหกรรม
bulletกรมส่งเสริมอุตสาหรม
bulletการนิคมอุตสาหกรรม
dot
ลิ้งค์เพื่อนบ้าน
dot
bulletสมบัติลีกัล
bulletเอกเซลสำหรับงาน HR โดย อ.สำเริง
bulletบทความดี ๆ จากโกป้อม
dot
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
dot
dot
Newsletter

dot


พยากรณ์อากาศวันนี้
..................................


ราคาน้ำมันวันนี้
..................................



ค่าจ้างระหว่างพักงาน เมื่อข้อเท็จจริง ลูกจ้างกระทำความผิดจริง จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างระหว่างพักงาน article

คำพิพากษาฎีกาที่    2178/57

ค่าจ้างระหว่างพักงาน  เมื่อข้อเท็จจริง  ลูกจ้างกระทำความผิดจริง  จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างระหว่างพักงาน

 

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า  เมื่อวันที่  5  สิงหาคม  2528  จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้าง  ครั้งสุดท้ายทำหน้าที่ช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน  เดือนละ  22,000  บาท  ต่อมาวันที่  13  พฤษภาคม  2540  โจทก์ถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษและพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคมจำเลยมีคำสั่งพักงานโจทก์มีผลตั้งแต่วันที่ 13  พฤษภาคม  2540  โดยไม่ได้ตั้งกรรมการสอบสวนว่าโจทก์ทำผิดหรือไม่อย่างไร  และไม่จ่ายค่าจ้างระหว่างพักงาน  ต่อมาวันที่  26  ธันวาคม  2543  ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาว่าโจทก์มีความผิด  วันที่  28  ธันวาคม  2544  ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้เป็นยกฟ้องข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ  แต่จำเลยไม่รับดจทก์กลับเข้าทำงานและมีหนังสือที่  กบ.02-1-01/619  ลงวันที่  13  พฤษภาคม  2545  เลิกจ้างโจทก์โดยให้มีผลเป็นการไล่ออกตั้งแต่วันที่  14  พฤษภาคม  2540  โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อจำเลย  จำเลยมีหนังสือที่  กบ.02-1-01/619  ลงวันที่  13  พฤษภาคม  2546  ลดโทษให้โจทก์เป็นให้ออกมีผลตั้งแต่วันที่  14  พฤษภาคม  2545  โดยให้โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยและเงินบำเหน็จหรือเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตลอดจนผลประโยชน์ต่างๆ  ที่โจทก์มีสิทธิได้รับ  แต่ต่อมาวันที่  23  พฤษภาคม  2546  จำเลยมีหนังสือยกเลิกคำสั่งเดิมเปลี่ยนเป็นให้ออกตั้งแต่วันที่  14  พฤษภาคม  2540  ต่อมาวันที่  28  กุมภาพันธ์  2548  ศาลฏีกามีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์  โจทก์จึงมีหนังสือขอกลับเข้าทำงาน  แต่จำเลยไม่รับโจทก์เข้าทำงาน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่ได้รับค่าจ้างระหว่างพักงานเป็นเงิน  2,200,000  บาท  โจทก์ทำงานมาเกินกว่า  10  ปี  มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย  300  วัน  เป็นเงิน  2,200,000  บาท  สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย  48  วัน  เป็นเงิน  35,199.99  บาท  และเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม  โดยหากโจทก์ทำงานถึงอายุ  60  ปี  นับแต่วันที่  14  พฤษภาคม  2540 – ปี  2567  เป็นเวลา  27  ปี  จะได้รับค่าจ้าง  26,137,581.84  บาท  โบนัส  7,649,122.20  บาท  และสิทธิประโยชน์อื่นๆ  500,000  บาท  รวมเป็นค่าเสียหาย  34,286,684.04  บาท  ขอให้บังคับจำเลยเพิกถอนคำสั่งที่  กบ.02-1-02/619  และคำสั่งที่  กบ.02-1-02/047  และมีคำสั่งรับโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม  โดยใช้ค่าเสียหายระหว่างโจทก์ถูกออกจากงานเป็นเงิน  2,200,000  บาท  และให้นับอายุงานต่อเนื่องนับแต่วันที่  14  พฤษภาคม  2540  จนถึงวันที่รับโจทก์กลับเข้าทำงาน  หากจำเลยไม่รับโจทก์กลับเข้าทำงาน  ให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน  35,199,99  บาทค่าชดเชย  220,000  บาท  ค่าจ้าง  โบนัส  และสิทธิประโยชน์อื่นๆ  ที่ควรจะได้รับหากไม่ถูกออกจากงาน  34,286,684.04  บาท  ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม  ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน  ต่อชื่อเสียงที่ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง  500,000  บาท  พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ  15  ต่อปีของค่าชดเชย  และร้อยละ  7.5  ต่อปีของสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม  นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

 

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า  ค่าจ้างอัตราสุดท้ายของโจทก์เป็นเงินเดือนๆละ  17,750  บาท  ค่าครองชีพเดือนละ  2,555  บาท  เมื่อวันที่  13  พฤษภาคม  2540  โจทก์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษในประเภท  1  จำนวน  1,990  เม็ด  ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย  และมีเครื่องรับส่งวิทยุคมนาคมในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต  จำเลยจึงมีคำสั่งพักงานโจทก์เพื่อรอผลคดีตั้งแต่วันที่  14  พฤษภาคม  2540  พร้อมทั้งมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของจำเลย  ต่อมาวันที่  26  ธันวาคม  2543  ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาว่าโจทก์มีความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท  1  ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย  ให้ลงโทษจำคุก  48  ปี  ฐานมีเครื่องวิทยุคมนาคมในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต  ให้ปรับ  12,000  บาท  จำเลยจึงลงโทษไล่โจทก์ออก  โจทก์อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลย  ต่อมาเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ  คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยจึงเปลี่ยนแปลงคำสั่งเป็นให้ออกมีผลตั้งแต่วันที่ 14  พฤษภาคม  2540  เพื่อให้โจทก์มีสิทธิได้รับคำชดเชยและสิทธิประโยชน์อื่นๆ  แต่โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างระหว่างพักงานช่วงที่มีการสอบสวนเนื่องจากผลการสอบสวนมีความผิดและถูกลงโทษให้ออก  หรือหากต้องจ่ายค่าจ้างระหว่างพักงานก็เพียงครึ่งจำนวนของค่าจ้างเพราะกรณีโจทก์ถือว่ามีมลทินมัวหมองตามระเบียบของจำเลย  ที่ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกายกฟ้องโจทก์ในข้อหาดังกล่าวก็ด้วยเหตุพยานหลักฐานของโจทก์มีข้อพิรุธจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้โจทก์ไม่อาจกล่าวอ้างว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ได้  จำเลยเห็นว่าลักษณะงานโจทก์ต้องทำในบริเวณท่าอากาศยาน  และพฤติการณ์ของโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด  ทั้งยังมีความผิดฐานมีวิทยุคมนาคมในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต  จึงไม่ไว้วางให้โจทก์ทำงานต่อไป  การเลิกจ้างโจทก์มีเหตุสมควร  ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม  โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าเงินเดือนค่าจ้างอัตราสุดท้าย  180  วัน  จำเลยแจ้งให้โจทก์มารับค่าชดเชยและเงินกองทุนบำเหน็จตามระเบียบของจำเลยแล้ว  แต่โจทก์ไม่มารับ  ขอให้ยกฟ้อง

 

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว  พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างรวม  1,486,303  บาท  ค่าชดเชย  182,745  บาท  พร้อมดอกเบี้ยอัตรา  15  ต่อปี  และเงินบำเหน็จ  243,660  บาท  พร้อมดอกเบี้ยอัตรา  7.5  ต่อปี  นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์  คำขออื่นให้ยก

 

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
 

ศาลฏีกาแผนกคดีแรงงานตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว  ข้อเท็จจริงยุติไปตามคำรับกันของคู่ความว่า  จำเลยสั่งพักงานโจทก์ตั้งแต่วันที่  14  พฤษภาคม  2540  ตามเอกสารหมาย  ล.7  และ  ล.8  ตรงกับเอกสารหมาย  จ.1  ตามระเบียบบริษัทการบินไทย  จำกัด  (มหาชน)  ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล  ตอนที่  2  เอกสารหมาย  ล.4  ได้ระบุระเบียบการจ่ายค่าชดเชยไว้ในข้อ  20.3  ซึ่งระเบียบนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่  9  กันยายน  2537  โดยมีระเบียบข้อ  2  ระบุว่า  ระเบียบหรือคำสั่งของจำเลยที่ขัดกับระเบียบข้อบังคับของจำเลยที่ประกาศใช้ใหม่ให้เป็นอันยกเลิก  และศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า  โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยตั้งแต่วันที่  5  สิงหาคม  2528  ตำแหน่งสุดท้ายเป็นช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน  ค่าจ้างอัตราสุดท้ายเป็นเงิน  17,750  บาท  และค่าครองชีพ  2,555  บาท  จ่ายทุกวันที่  27  ของเดือน  งานในหน้าที่ของโจทก์ต้องทำในบริเวณท่าอากาศยาน  ซึ่งเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับการขนถ่ายสินค้า  การให้บริการอากาศยานในลานจอด  การสื่อสารในลานจอด  และระบบการรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยาน  โจทก์ทำงานกับจำเลยมาเกินกว่า  10  ปี  เมื่อวันที่  13  พฤษภาคม  2540  โจทก์ถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษและความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม  จำเลยจึงสั่งพักงานโจทก์ตั้งแต่วันที่  14  พฤษภาคม  2540  หลังจากนั้นไม่ได้จ่ายค่าจ้าง  วันที่  26  ธันวาคม  2543  ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาลงโทษโจทก์ทั้งสองข้อหา  ต่อมาวันที่  15  พฤษภาคม  2545  ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ  โดยก่อนมีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์  จำเลยมีคำสั่งไล่โจทก์ออกจากงานเมื่อวันที่  13  พฤษภาคม  2545  โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่  14  พฤษภาคม  2540  โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง  คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยพิจารณาแล้วเห็นว่า  แม้ศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษายกฟ้องในส่วนนี้  แต่ลักษณะงานของโจทก์ต้องทำในบริเวณท่าอากาศยานซึ่งใกล้ชิดกับระบบขนถ่ายสินค้าการให้บริการอากาศยานในลานจอด  การสื่อสารในลานจอด  และระบบรักษาความปลอดภัยลักษณะงานดังกล่าวจะเป็นช่องทางให้น่าเชื่อได้ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกระทำผิดกฎหมายได้  จึงไม่ไว้วางใจให้โจทก์ทำงานกับจำเลยอีกต่อไป  คณะกรรมการจึงมีมติให้แก้ไขโทษโดยยกเลิกโทษไล่ออกเป็นโทษให้ออก

 

  มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยว่า จำเลยสั่งพักงานโจทก์ชอบหรือไม่  เห็นว่า  ระเบียบบริษัทการบินไทย  จำกัด  (มหาชน)  ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล  ตอนที่  2  วินัย  การลงโทษ  การอุทธรณ์  และการร้องทุกข์  พ.ศ.  2537  เอกสารหมาย  ล.4  ข้อ  18  กำหนดไว้ว่า พนักงานผู้ใดถูกฟ้องคดีอาญาหรือถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดอาญาเว้นแต่ความผิดลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท  หรือต้องหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรงในเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่หรือเกี่ยวกับความประพฤติ  หรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ ฯลฯ  ให้ผู้บังคับบัญชาหรือคณะกรรมการสอบสวนทำเรื่องเสนอให้ผู้มีอำนาจสั่งพักงานพนักงานผู้นั้นได้ระหว่างการสอบสวนหรือเพื่อรอฟังผลคดี  และให้ส่งสำเนาให้ฝ่ายการพนักงานทราบทันที  ทั้งนี้ให้ผู้บังคับบัญชาระดับผู้อำนวยการใหญ่ขึ้นไปถึงรองกรรมการผู้อำนวยใหญ่มีอำนาจสั่งพักงานพนักงานระหว่างการสอบสวนได้ไม่เกิน  90  วัน  สำหรับกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ให้มีอำนาจสั่งพักงานระหว่างการสอบสวนได้ตามที่พิจารณาเห็นสมควร  ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่  13  พฤษภาคม  2540  โจทก์ถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษและความผิดเกี่ยวกับวิทยุคมนาคม  อันเป็นการถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดอาญา  จำเลยจึงมีสิทธิสั่งพักงานโจทก์ได้  และตามหนังสือของจำเลยที่  กบ.10 -1/53/40  ลงวันที่  29  พฤษภาคม  2540  เรื่องให้พักงานระหว่างถูกดำเนินคดีอาญาเอกสารหมาย  จ.1  ตรงกับเอกสารหมาย  ล.7  ซึ่งมีถึงโจทก์มีข้อความว่า  “ตามที่ท่านได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ  191  จับกุมพร้อมยาเสพติดประเภท  “ยาบ้า”  จำนวน  1,991  เม็ด  เมื่อวันที่  13  พฤษภาคม  2540  นั้น  โดยอาศัยอำนาจกรรมการผู้อำนวยการใหญ่  จึงให้พักงานท่านระหว่างถูกดำเนินคดีอาญา  ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่  14  พฤษภาคม  2540  จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจึงแจ้งมาเพื่อทราบ  บริษัทการบินไทย  จำกัด  (มหาชน”  ลงชื่อนายชิดพงษ์  สยามเนตร  ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล  เห็นได้ว่าหนังสือดังกล่าวออกในนามจำเลยโดยมีนายชิดพงษ์เป็นผู้แจ้งให้โจทก์ทราบว่า  จำเลยสั่งพักงานโจทก์โดยอำนาจของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่  มิใช่นายชิดพงษ์เป็นผู้สั่งพักงานโจทก์  จำเลยจึงสั่งพักงานโจทก์ตามที่พิจารณาเห็นสมควรคือตั้งแต่วันที่  14  พฤษภาคม  2540  จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงได้ตามระเบียบของจำเลยดังกล่าว  คำสั่งพักงานของจำเลยจึงชอบแล้ว  อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น  ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น

 

 

ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ต่อไปว่า  การเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่  หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า  จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมีเหตุผลอันสมควรหรือไม่  เมื่อได้ความว่าโจทก์เป็นช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน งานในหน้าที่ของโจทก์ต้องทำในบริเวณท่าอากาศยาน  ซึ่งเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับการขนถ่ายสินค้า  การให้บริการอากาศยานในลานจอด  การสื่อสารในลานจอด  และระบบการรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยาน  อันเป็นช่องทางให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายได้ง่าย การที่โจทก์ถูกดำเนินคดีในข้อหาความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษและความผิดเกี่ยวกับวิทยุคมนาคมเช่นนี้  ย่อมเป็นเหตุให้จำเลยสงสัยในพฤติกรรมของโจทก์ได้ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าวและไม่ไว้วางใจที่จะให้ทำงานอีกต่อไป  เพื่อรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยานและป้องกันความเสียหายของจำเลย  อีกทั้งศาลอาญากรุงเทพใต้ยังมีคำพิพากษาว่าโจทก์มีความผิดและลงโทษโจทก์ทั้งสองข้อหา จึงมีเหตุผลอันสมควรที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ได้  กรณีจึงไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม  ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน  พ.ศ.  2522  มาตรา  49  แม้ต่อมาศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาจะพิพากษายืนตามกันให้ยกฟ้องข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษซึ่งต้องถือว่าโจทก์เป็นผู้บริสุทธิ์ในข้อหาความผิดนี้ก็ตาม  แต่โจทก์ยังคงมีความผิดและถูกลงโทษในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม  ซึ่งเป็นความผิดในทางอาญาเช่นกันและแม้ศาลจะมิได้พิพากษาลงโทษถึงจำคุกแต่จากหน้าที่การงานของโจทก์ดังกล่าวย่อมเอื้อต่อการเข้าไปเกี่ยว ข้องกับการกระทำความผิดต่อกฎหมายในข้อหาดังกล่าวได้โดยง่าย  จำเลยยังมีเหตุอันสมควรที่จะเลิกจ้างโจทก์ได้เช่นกัน  อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์จึงฟังไม่ขึ้น

 

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า  ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยในปัญหาเกี่ยวกับการพักงานโจทก์และค่าจ้างระหว่างพักงาน  เป็นคำวินิจฉัยที่ชอบหรือไม่โดยจำเลยอุทธรณ์ว่า  การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยปัญหาเรื่องการพักงานอยู่นอกประเด็นข้อพิพาทแห่งคดี  เพราะศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทประเด็นเดียวว่า  จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นธรรมหรือไม่  และค่าเสียหายของโจทก์มีเพียงใด เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสั่งพักงานโจทก์โดยมิได้ตั้งกรรมการสอบสวนว่าโจทก์ได้กระทำผิดอย่างไร  จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม  ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างและค่าเสียหายในระหว่างที่โจทก์ถูกพักงาน  ค่าชดเชย  สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า  เงินบำเหน็จ  หรือเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  ตลอดจนผลประโยชน์อื่นๆ และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม  จำเลยให้การว่า  การพักงานโจทก์อยู่ในเกณฑ์ที่จำเลยสามารถสั่งพักงานโจทก์ได้ตามระเบียบบริษัท  การบินไทย  จำกัด (มหาชน)  ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล  ตอนที่  2  วินัย  การลงโทษ  การอุทธรณ์  และการร้องทุกข์  พ.ศ.  2537  ข้อ  18  โจทก์มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมทำให้จำเลยไม่ไว้วางใจ  จำเลยมีเหตุอันสมควรที่ไม่ให้โจทก์ทำงานกับจำเลยอีกต่อไปได้  การเลิกจ้างโจทก์จึงไม่ใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม  โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินเดือนค่าจ้างและค่าเสียหายระหว่างที่ถูกพักงาน  ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม  และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า  ส่วนค่าชดเชยและเงินกองทุนบำเหน็จ  จำเลยแจ้งให้โจทก์ไปรับแล้วแต่โจทก์ไม่ไปรับ  จำเลยจึงไม่ต้องชำระดอกเบี้ยของต้นเงินดังกล่าว  ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเกี่ยวกับปัญหาเรื่องการพักงาน  ค่าจ้างระหว่างพักงาน  ค่าชดเชย  และเงินกองทุนบำเหน็จนั้น  เป็นการวินิจฉัยไปตามข้ออ้างและข้อเถียงของคู่ความ แม้ศาลแรงงานกลางจะกำหนดประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีเพียงประเด็นเดียวว่า  จำเลยเลิกจ้างโจทก์ไม่เป็นธรรมหรือไม่  และค่าเสียหายของโจทก์มีเพียงใด  ตามมี่จำเลยอุทธรณ์ก็ตาม  แต่การกำหนดประเด็นข้อพิพาทในคดีแรงงานเป็นเพียงเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำนเนกระบวนพิจารณาเท่านั้น  ส่วนการวินิจฉัยคดีย่อมต้องเป็นไปตามข้ออ้างและข้อเถียงของคู่ความ  คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางเกี่ยวกับการพักงานโจทก์และค่าจ้างระหว่างพักงานจึงชอบแล้ว  อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

 

 

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า  จำเลยต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา  583  บัญญัติว่า  “ถ้าลูกจ้างจงใจขัดคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายก็ดี หรือละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งเช่นว่านั้นเป็นอาจิณก็ดี  ละทิ้งการงานไปเสียก็ดี  กระทำความผิดอย่างร้ายแรงก็ดี  หรือทำประการอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตก็ดี  ท่านว่านายจ้างจะไล่ออกโดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือให้สินไหมทดแทนก็ได้”  เห็นว่าลักษณะงานของโจทก์ต้องทำในบริเวณท่าอากาศยานซึ่งใกล้ชิดกับระบบขนถ่ายสินค้า  การให้บริการอากาศยานในลานจอด  การสื่อสารในลานจอด  และระบบรักษาความปลอดภัยซึ่งลักษณะงานดังกล่าวจะเป็นช่องทางให้น่าเชื่อได้ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกระทำผิดกฎหมายได้  โจทก์กลับกระทำผิดในข้อหาความผิดเกี่ยวกับวิทยุคมนาคมอันเป็นความผิดที่มีโทษทางอาญาเช่นนี้  ย่อมถือได้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดร้ายแรงและถือว่าโจทก์กระทำประการอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต  จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า  อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

 

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า  จำเลยต้องจ่ายค่าดชเยแก่โจทก์เป็นเงินจำนวนเท่าใด  เห็นว่า  ตามระเบียบบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)  ว่าด้วยการบริหารบุคคล  ตอนที่  2  วินัย  การลงโทษ  การอุทธรณ์  และการร้องทุกข์  พ.ศ.  2537  มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่  9  กันยายน  2537  และใช้บังคับในขณะที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์  ข้อ  2  วรรคสอง  กำหนดว่า  “บรรดาความตามระเบียบ  ประกาศ  คำสั่ง  หรือข้อความอื่นใด  ในส่วนที่มีกำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้  หรือที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้  ให้ใช้ความตามระเบียบนี้แทน”  และข้อ  20.3  กำหนดว่า  “พนักงานซึ่งทำงานติดต่อกันครบ  3  ปีขึ้นไป  โดยรวมวันหยุด วันลา  และวันที่บริษัทสั่งให้หยุดงานเพื่อประโยชน์ของบริษัท แต่ไม่รวมวันที่พนักงานขาดงาน วันที่พนักงานลาติดตามคู่สมรสและวันที่พนักงานลาหยุดงานเกินสิทธิที่บริษัทกำหนด  บริษัทจะจ่ายค่าชดเชยให้ไม่น้อยกว่าเงินเดือนค่าจ้างอัตราสุดท้าย  180  วัน  จำนวน  20,305  บาท  เท่ากับวันละ  676.84  บาท  รวมเป็นเงิน  121,830  บาท  ซึ่งค่าชดเชยและเงินบำเหน็จ จำเลยกำหนดจ่ายให้โจทก์อยู่แล้วตามรายละเอียดเพื่อการชำระบัญชีของพนักงานที่พ้นสภาพของบริษัท  เอกสารหมาย  ล.16  จำเลยแจ้งให้โจทก์ไปรับเงินดังกล่าวแต่โจทก์ไม่ไปรับ  ถือไม่ได้ว่าจำเลยผิดนัด  จำเลยจึงไม่ต้องชำระดอกเบี้ยผิดนัดให้แก่โจทก์  ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย  300  วัน  เป็นเงิน  182,745  บาท  จึงไม่อาจนำมาปรับใช้กับกรณีคดีนี้ได้  อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้น

 

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า  จำเลยจะต้องจ่ายเงินเดือนค่าจ้างแก่โจทก์ในระหว่างพักงานหรือไม่ เห็นว่า  เมื่อได้ความว่าโจทก์กระทำความผิดในข้อหาความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม  ซึ่งเป็นความผิดในทางอาญา  ทั้งน่าเชื่อว่าลักษณะงานของโจทก์เป็นช่องทางที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกระทำผิดกฎหมายจนผลการสอบสวนจำเลยลงโทษโดยมีคำสั่งให้ออกเช่นนี้  ตามระเบียบบริษัทการบินไทย  จำกัด  (มหาชน)  ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล  ตอนที่  2  เอกสารหมาย  ล.4  ข้อ  19.3  กำหนดไว้ว่า  “ถ้าผลการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีปรากฏว่าพนักงานผู้นั้นกระทำความผิดจริง  และพนักงานถูกลงโทษถึงถูกไล่ออก  ปลดออกหรือให้ออก ไม่ให้จ่ายเงินเดือนค่าจ้างระหว่างที่ถูกสั่งพักงาน” จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายเงินเดือนค่าจ้างระหว่างถูกสั่งพักงานให้แก่โจทก์  อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น

 

ปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า  ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายก่อนวันที่การเลิกจ้างมีผลจำนวน  12,833  บาท  เป็นการพิพากษาหรือสั่งเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องหรือไม่  เห็นว่า  ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน  พ.ศ.  2522  มาตรา  52  บัญญัติว่า “ห้ามมิให้ศาลแรงงานพิพากษาหรือสั่งเกินไปกว่าหรือนอกจากปรากฏในคำฟ้อง เว้นแต่ในกรณีที่ศาลแรงงานเห็นสมควรเพื่อความเป็นธรรมแก่คู่ความจะพิพากษาหรือสั่งเกินคำขอบังคับก็ได้” คำฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวและมีคำขอบังคับให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายก่อนวันที่การเลิกจ้างมีผลแต่อย่างใด ซึ่งโดยหลักแล้วจะพิพากษาให้จำเลยชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์ไม่ได้  นอกจากจะเข้าข้อยกเว้นแต่ในคำพิพากษาศาลแรงงานกลางมิได้กล่าวว่ามีเหตุสมควรอย่างไรจึงให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายแก่โจทก์ จึงเป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว  อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น ส่วนอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยข้ออื่นๆ  ไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง  จึงไม่วินิจฉัยให้

 

พิพากษาแก้เป็นว่า  ให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางในส่วนที่เกี่ยวกับค่าจ้างค้างจ่าย  ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย  121,830  บาท  และเงินบำเหน็จ  243,660  บาท  แก่โจทก์  โดยไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยของค่าชดเชยและเงินบำเหน็จ  คำขออื่นให้ยก

 

เรียบเรียงโดย บริษัท กฎหมายปาระมี จำกัด




อัพเดท ฎีกาน่าสนใจ

ขึ้นทะเบียนรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเกิน ๓๐ วัน ยังมีสิทธิได้รับเงินประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานได้ article
ลักษณะความผิดเดียวกัน แต่ระดับความร้ายแรงแตกต่างกัน นายจ้างพิจารณาลงโทษแตกต่างกันได้ article
ผู้จัดการสาขา เสนอรายชื่อลูกค้าที่ขาดคุณสมบัติทำประกันชีวิต ถือว่าจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย / ผิดร้ายแรง article
หยุดกิจการชั่วคราวตาม มาตรา ๗๕ article
สัญญาจ้างเป็นสัญญาต่างตอบแทน นายจ้างออกค่าใช้จ่ายในการเข้าทดสอบเพื่อรับเกียรติบัตร เมื่อทดสอบผ่านต้องทำงานกับนายจ้าง ๕ ปี บังคับใช้ได้ article
ศาลแรงงานกลางมีอำนาจสั่งรับพยานเอกสารได้ แม้ไม่ได้ส่งสำเนาให้คู่ความอีกฝ่ายก็ตาม article
ประกอบธุรกิจแข่งขัน / ไปทำงานกับนายจ้างอื่น ในลักษณะผิดต่อสัญญาจ้าง เมื่อลูกจ้างได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่นายจ้างตามสัญญาแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะบังคับ / ห้ามทำงานตามเงื่อนไขในสัญญาจ้างอีกต่อไป article
คดีแรงงานเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา แม้คดีอาญายกฟ้อง แต่พฤติกรรมการกระทำผิด เป็นเหตุให้นายจ้างไม่อาจไว้วางใจในการทำงานได้ ถือเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม article
เลิกจ้างเนื่องจากปรับโครงสร้างองค์กร แต่กำหนดรายชื่อไว้ล่วงหน้า ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม article
การหักลบกลบหนี้ หนี้อันเกิดจากสัญญาจ้าง กรณีลูกจ้างกระทำผิดกับสิทธิประโยชน์ที่มีสิทธิได้รับตามสัญญาจ้าง ถือเป็นมูลหนี้อันเป็นวัตถุอย่างเดียวกันหักลบกลบหนี้กันได้ article
เล่นการพนันฉลากกินรวบ เป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน กรณีร้ายแรง article
กรณีไม่ถือเป็นการประกอบธุรกิจแข่งขันหรือไม่ถือว่าทำงานกับนายจ้างใหม่ในลักษณะธุรกิจเดียวกับนายจ้าง article
สัญญาฝึกอบรม นายจ้างกำหนดเบี้ยปรับได้ เป็นสัญญาที่เป็นธรรม article
ค้ำประกันการทำงาน หลักประกันการทำงาน การหักลบกลบหนี้ค่าเสียหายจากการทำงาน article
ใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์แต่ตนเอง เรียกรับเงินจากลูกค้า ถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ article
ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา มาทำงานสายประจำ ถือว่า กระทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่เลิกจ้างได้ โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า article
สหภาพแรงงานทำบันทักข้อตกลงเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างกับนายจ้าง อันส่งผลกระทบต่อสิทธิหน้าที่ของสมาชิก ขัดกับข้อตกลงเดิมและมิได้ขอมติที่ประชุมใหญ่ ข้อตกลงดังกล่าวไม่อาจใช้บังคับได้ article
ขอเกษียณอายุก่อนกำหนดตามประกาศ ถือเป็นการสมัครใจเลิกสัญญาจ้างแรงงานต่อกัน มิใช่การเลิกจ้างหรือการเกษียณอายุ จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชยตามระเบียบกรณีเกษียณอายุ article
สถาบันวิจัยอันเป็นส่วนหนึ่งของกิจการมหาวิทยาลัยถือเป็นหน่วยงานของรัฐ ได้รับยกเว้น ไม่อยู่ภายใต้บังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา ๔ (๑) article
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จากการเลิกจ้างมีอายุความฟ้องร้องได้ภายใน ๑๐ ปี article
ทะเลาะวิวาทเรื่องส่วนตัวไม่ส่งผลกระทบต่อการบังคับบัญชา ไม่เป็นความผิด กรณีร้ายแรง ถือว่ากระทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ article
พี่น้องร่วมบิดา มารดาเดียวกัน มิใช่ทายาทผู้มีสิทธิรับเงินประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ และเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต ตามพระราชบัญญัติ ประกันสังคม มาตรา ๗๓ และมาตรา ๗๗ article
ขับรถเร็วเกินกว่าข้อบังคับกำหนด เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นความผิดกรณีร้ายแรง article
ฝ่าฝืนคำสั่งโยกย้าย เลิกจ้างได้ ถือเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม article
ประกาศใช้ระเบียบใหม่ ไม่ปรากฏว่ามีพนักงานโต้แย้งคัดค้าน ถือว่าทุกคนยินยอมปฏิบัติตามระเบียบ article
เงินค่าตอบแทนพิเศษกับเงินโบนัส มีเงื่อนไขต่างกัน หลักเกณฑ์การจ่ายต่างกัน จึงต้องพิจารณาต่างกัน article
ทายาทผู้มีสิทธิได้รับเงินกองทุนเงินทดแทน article
ค่ารถแทนรถยนต์ประจำตำแหน่ง ไม่ถือเป็นค่าจ้าง และ ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมให้ถือตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่กำหนดไว้ article
เจรจาให้ลาออก ลูกจ้างไม่ตกลง ขอเวลาตัดสินใจและหยุดงานไป นายจ้างแจ้งให้กลับเข้าทำงานตามปกติ ถือว่านายจ้างยังไม่มีเจตนาเลิกจ้าง article
ละทิ้งหน้าที่ แอบนอนหลับในเวลาทำงาน ถือเป็นเหตุในการเลิกจ้างได้ เลิกจ้างเป็นธรรม article
ลาออกโดยไม่สุจริต ไม่มีผลใช้บังคับ article
ทำความผิดคล้ายคลึงกันแต่ไม่เหมือนกัน พิจารณาลงโทษแตกต่างกันได้ article
ประกอบธุรกิจ บริการ ด่าลูกค้าด้วยถ้อยคำหยาบคาย " ควาย " ถือเป็นการกระทำความผิดกรณีร้ายแรง article
ข้อบังคับ ระบุให้ผู้บังคับบัญชาเหนือกว่ามีอำนาจแก้ไข เพิ่มโทษ หรือลดโทษได้ การยกเลิกคำสั่งลงโทษเดิมและให้ลงโทษใหม่หนักกว่าเดิมจึงสามารถทำได้ article
เลือกปฏิบัติในการลงโทษระเบียบการห้ามใส่ตุ้มหูมาทำงาน บังคับใช้ได้ แต่เลือกปฏิบัติในการลงโทษไม่ได้ article
ลงโทษพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างและเตือนในคราวเดียวกันได้ ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน article
จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย article
ข้อตกลงรับเงินและยินยอมปลดหนี้ให้แก่กัน ถือเป็นการตกลงระงับข้อพิพาทแม้จะทำขึ้นก่อนคำสั่งเลิกจ้างมีผลใช้บังคับ article
ศาลแรงงานมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานที่คู่ความอ้างส่งศาลได้ แม้มิได้ระบุบัญชีพยานไว้ก็ตาม article
สัญญาจ้างห้ามลูกจ้างไปทำงานกับนายจ้างใหม่ที่ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกันมีกำหนดเวลา บังคับใช้ได้ article
เลิกจ้างและรับเงินค่าชดเชย ใบรับเงิน ระบุขอสละสิทธิ์เรียกร้องเงินอื่นใดใช้บังคับได้ ลูกจ้างไม่มีสิทธิ์ฟ้องร้องสินจ้างและค่าเสียหายได้อีก article
เกษียณอายุ 60 ปี ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชยนับแต่วันครบกำหนดเกษียณอายุ แม้นายจ้างไม่ได้บอกเลิกจ้างก็ตาม article
ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องและเพิกเฉยไม่ดูแลผลประโยชน์ของนายจ้าง เป็นเหตุให้นายจ้างไม่ไว้วางใจในการทำงานได้เป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม article
ละเลยต่อหน้าที่ ไม่รายงานเคพีไอ นายจ้างตักเตือนแล้ว ถือว่าผิดซ้ำคำเตือน เลิกจ้างได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย article
ทำสัญญาจ้างต่างด้าวทำงานในอาชีพต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว สัญญาจ้างถือเป็นโมฆะ article
ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง article
ศาลมีคำสั่งให้งดสืบพยาน แล้วพิพากษาตามหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน ในขณะที่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทยังมีข้อโต้แย้งกันอยู่ ข้อเท็จจริงยังรับฟังไม่ยุติ ต้องสืบพยานใหม่และพิพากษาใหม่ไปตามรูปคดี article
แม้สัญญาจ้างไม่ได้ระบุระยะเวลาทดลองงานไว้ แต่นายจ้างก็สามารถประเมินผลการทำงานของลูกจ้างได้ article
การควบรวมกิจการ สิทธิและหน้าที่โอนไปเป็นของบริษัทใหม่ การจ่ายเงินสมทบบริษัทใหม่ที่ควบรวมจึงมีสิทธิจ่ายเงินสมทบในอัตราเดิมตามสิทธิ มิใช่ในอัตราบริษัทตั้งใหม่ article
เลิกจ้างรับเงินค่าชดเชยแล้วตกลงสละสิทธิ์จะไม่เรียกร้องผละประโยชน์ใดๆ ถือว่าสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเป็นอันระงับไป article
รับเหมาก่อสร้าง ผู้รับเหมาต้องรับผิดชอบ จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมแทนผู้รับเหมาช่วง หากผู้รับเหมาช่วงไม่นำส่งเงินสมทบตามกฎหมายโดยคำนวณจากอัตราค่าจ้างที่ระบุตามแบบ ( ภ.ง.ด. 50 ) และบัญชีงบดุล article
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานระบุห้ามทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกาย ผู้บังคับบัญชา เพื่อนพนักงาน ทั้งในสถานที่ทำงาน หรือสถานที่อื่นๆ ฝ่าฝืนถือเป็นความผิดกรณีร้ายแรง ใช้บังคับได้ไม่ขัดต่อกฎหมาย article
ไส้ติ่งอักเสบ แพทย์วินิจฉัยให้ผ่าตัด ถือเป็นกรณีฉุกเฉิน เบิกค่ารักษาได้ มีสิทธิรับเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ได้ article
ค่าเช่าที่พัก ค่าใช้จ่ายเดินทางเป็นสวัสดิการไม่ถือเป็นค่าจ้าง article
ค่ารถยนต์ซึ่งกำหนดเป็นสวัสดิการไว้ชัดเจนแยกจากฐานเงินเดือนปกติ ถือเป็นสวัสดิการไม่ใช่ค่าจ้าง article
ละเมิดข้อตกลงสภาพการจ้าง ละเมิดสัญญาจ้าง มีอายุความ 10 ปี มิใช่ 1 ปี article
พฤติกรรมการจ้างที่ถือว่าเป็นการจ้างแรงงาน ถือเป็นลูกจ้าง / นายจ้างตามกฎหมาย article
พนักงานขายรถยนต์ไม่ปฏิบัติหน้าที่ประจำบูธ ตามที่ได้รับมอบหมาย ถือเป็นความผิดกรณีร้ายแรง article
เลือกตั้งคณะกรรมการสหภาพฯ ขัดต่อข้อบังคับสหภาพหรือขัดต่อกฎหมาย ถือว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบ article
ฝ่าฝืนสัญญาจ้าง กรณีห้ามทำการแข่งขันกับนายจ้างหรือทำธุรกิจคล้ายคลึงกับนายจ้างเป็นเวลา 2 ปี นับจากสิ้นสุดสัญญาต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่นายจ้าง article
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระบุให้นายจ้างเลิกจ้างเพราะเหตุคนล้นงาน ปรับลด ขนาดองค์กรได้ ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะเลิกจ้างลูกจ้างได้ article
ข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กรณีตัดสิทธิ์รับเงินสมทบพร้อมผลประโยชน์หากกระทำผิดถูกปลดออกจากงานบังคับใช้ได้ article
ทะเลาะวิวาทกัน นอกเวลางาน นอกบริเวณบริษัทฯ ไม่ถือเป็นความผิดกรณีร้ายแรง article
ฝ่าฝืนไม่ไปตรวจสารเสพติดซ้ำตามคำสั่งและนโยบาย ถือว่าฝ่าฝืน ข้อบังคับ หรือ ระเบียบ กรณีร้ายแรง article
วันหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วน article
เป็นลูกจ้างที่มีอำนาจกระทำการแทนนายจ้างในการจ้างงาน ไม่มีสิทธิได้รับค่าทำงานในวันหยุด และลักทรัพย์เอาต้นไม้ของนายจ้างไป ถือว่ากระทำผิดอาญาแก่นายจ้าง เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย article
ผลการทำงานดีมาโดยตลอดและไม่เคยกระทำผิดมาก่อน แต่ปีสุดท้ายผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน ไม่ถือเป็นเหตุที่จะอ้างในการเลิกจ้าง article
ได้รับบาดเจ็บรายการเดียว เข้ารักษา 2 ครั้ง ถือว่าเป็นการรักษารายการเดียว นายจ้างสำรองจ่ายเพิ่มเติมไม่เกิน 50,000 บาท ไม่ใช่ 200,000 บาท article
ผู้บริหารบริษัท ฯ ถือเป็นลูกจ้างหรือไม่ ดูจาก_________ ? article
ขับรถออกนอกเส้นทาง แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อผู้บังคับบัญชา ถือเป็นความผิดกรณีร้ายแรงและก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้าง นายจ้างหักเงินประกันการทำงานได้ article
“ นายจ้าง ” ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 5 article
สัญญารักษาความลับ ข้อมูลทางการค้า (ห้ามประกอบหรือรับปฏิบัติงานแข่งขันนายจ้าง) มีกำหนด 2 ปี บังคับใช้ได้ ไม่ขัดต่อกฎหมาย และการกำหนดค่าเสียหาย ถือเป็นเบี้ยปรับตามกฎหมาย ศาลปรับลดได้ตามสมควร article
เงินรางวัลการขายประจำเดือน จ่ายตามเป้าหมายการขาย ที่กำหนดไว้ ไม่ถือเป็นค่าจ้าง article
ค่าโทรศัพท์ เหมาจ่าย ถือเป็นค่าจ้าง article
ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำการ โดยไม่มีเหตุอันสมควร เลิกจ้างเป็นธรรมไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย article
ลาออกมีผลใช้บังคับแล้ว ออกหนังสือเลิกจ้างภายหลังใช้บังคับไม่ได้ article
ตกลงรับเงิน ไม่ติดใจฟ้องร้องอีกถือเป็นการตกลงประนีประนอมกันบังคับได้ ไม่ขัดต่อกฎหมาย
เลิกจ้างระหว่างทดลองงาน ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า article
ข้อตกลงว่า “หากเกิดข้อพิพาทตามสัญญาจ้างแรงงาน ให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย” ไม่เกี่ยวกับสิทธิตามกฎหมายแรงงาน เมื่อเกิดสิทธิตามกฎหมาย ฟ้องศาลแรงงานได้ โดยไม่ต้องให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย article
เลิกจ้างด้วยเหตุอื่น อันมิใช่ความผิดเดิมที่เคยตักเตือน ไม่ใช่เหตุที่จะไม่จ่ายค่าชดเชย เลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย article
นำรถยนต์ไปใช้ในกิจธุระส่วนตัว มีพฤติกรรมคดโกง ไม่ซื่อตรง พฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต ไม่น่าไว้วางใจ ลงโทษปลดออกจากการทำงานได้ article
การกระทำที่กระทบต่อเกียรติ ชื่อเสียงของนายจ้าง และเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แม้กระทำนอกสถานที่ทำงานและนอกเวลางาน ก็ถือว่า ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง article
สัญญาค้ำประกันการทำงานไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ ต้องรับผิดชอบตลอดไป article
ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเลิกจ้างได้ ถือว่าเลิกจ้างเป็นธรรมและความผิดที่ลงโทษแล้วจะนำมาลงโทษอีกไม่ได้ article
ผิดสัญญาจ้างไปทำงานกับคู่แข่ง นายจ้างฟ้องเรียกค่าเสียหายตามสัญญาได้ แต่ค่าเสียหาย เป็นดุลพินิจของศาลจะกำหนด article
จงใจกระทำผิดโดยผิดกฎหมายเป็นเหตุให้นายจ้างเสียหาย ถือว่า กระทำละเมิดต่อนายจ้าง ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น article
ตกลงสละสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหาย ภายหลังเลิกจ้าง ใช้บังคับได้ ไม่เป็นโมฆะ article
ก้าวร้าวไม่ให้ความเคารพผู้บังคับบัญชา ถือว่ากระทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตเลิกจ้างได้ โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า article
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ามิใช่ค่าจ้าง คิดดอกเบี้ยในอัตรา 7. 5 ต่อปี article
ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของนายจ้างในเรื่องส่วนตัวเป็นประจำ ถือว่ากระทำการอันไม่สมแก่กาปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต เลิกจ้างเป็นธรรม article
สั่งให้พนักงานขับรถ ขับรถออกนอกเส้นทางแต่ไม่ได้มีส่วนในการขับรถ ถือว่าผิดต่อสัญญาจ้าง แต่ไม่ต้องรับผิดอันมีผลโดยตรงจากมูลละเมิด ( ขับรถโดยประมาท ) article
จ่ายของสมนาคุณให้ลูกค้า โดยไม่ตรวจสอบบิลให้ถูกต้อง มิใช่ความผิดกรณีร้ายแรงไม่ใช่การทุจริตต่อหน้าที่ แต่ถือว่ากระทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เสร็จลุล่วงไปโดยถูกต้อง และสุจริต เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า article
ฟ้องประเด็นละเมิด กระทำผิดสัญญาจ้าง ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง มีอายุความ 10 ปี article
ตกลงยินยอมให้หักค่าจ้างชำระหนี้ตามสัญญาค้ำประกันเงินกู้ นายจ้างสามารถหักค่าจ้างได้ตามหนังสือยินยอมโดยไม่ต้องฟ้อง article
กระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างและประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง article
“ งานโครงการตามมาตรา 118 วรรค 4 ” บริษัทรับเหมาก่อสร้าง ว่าจ้างลูกจ้างทำงานตามโครงการที่รับเหมา ถือว่าจ้างงานในปกติธุรกิจของนายจ้าง มิใช่งานโครงการ article
เงินโบนัสต้องมีสภาพการเป็นพนักงานจนถึงวันกำหนดจ่าย ออกก่อนไม่มีสิทธิได้รับ article
ระเบียบกำหนดจ่ายเงินพิเศษ ( gratuity ) เนื่องจากเกษียณอายุ โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายแตกต่างจากการจ่ายค่าเชย ถือว่านายจ้างยังไม่ได้จ่ายค่าชดเยตามกฎหมาย article
เจรจาให้ลาออก ลูกจ้างขอค่าชดเชย นายจ้างไม่คุยด้วย แต่ยังไม่ได้บอกเลิกจ้างและยังไม่ปรากฎว่านายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างและไม่ให้เข้าทำงานต่อ ยังไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง ( อย่าเข้าใจไปเอง ) ไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชย article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

บริษัท กฎหมายปาระมี จำกัด

เลขที่ 511/4 ถนนประชาอุทิศ 117/1 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร (10140)

โทร/Tel : 02 - 8159522, แฟกซ์/Fax : 02 - 8159523, มือถือ/Mobile : 081 - 7936156

อีเมล/E-mail : sawai.prm@gmail.com, เว็บไซต์/Web : www.parameelaw.com