ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ชมรมบริหารงานบุคคล
dot
bulletสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย
bulletชมรมบริหารงานบุคคล
bulletชมรมบริหารงานบุคคล อยุธยา
bulletชมรมบริหารงานบุคคลรังสิต
bulletชมรมผู้บริหารงานบุคคล อมตะนคร
bulletสมาคมการบริหารงานบุคคล (PAAs)
bulletชมรมบริหารงานบุคคลบางพลี
bulletชมรมนักบริหารงานบุคคลพัทยา
bulletชมรมบริหารงานบุคคลยุคใหม่
bulletชมรมผู้บริหารงานบุคคลจังหวัดราชบุรี
bulletงานบริหารงานบุคคล
bulletชมรมงานบริหารงานบุคคลกรุงเทพฯ
bulletชมรมบริหารงานบุคลสุขสวัสดิ์
dot
ติดต่อราชการศาล
dot
bulletศาลแรงงานกลาง
bulletศาลแรงงานภาค ๒
bulletศาลยุติธรรม
bulletศาลปกครอง
bulletศาลรัฐธรมนูญ
bulletสำนักงานอัยการสูงสุด
bulletกระทรวงยุติธรรม
bulletคณะกรรมการกฤษฎีกา
bulletกรมบังคับคดี
bulletสภาทนายความ
dot
หน่วยงานราชการสำคัญ
dot
bulletกระทรวงแรงงาน
bulletกรมการจัดหางาน
bulletกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
bulletกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletกรมสรรพากร
bulletกรมบัญชีกลาง
bulletกรมพัฒนาธุรกิจกาค้า
bulletกระทรวงอุตสาหกรรม
bulletกรมโรงงานอุตสาหกรรม
bulletกรมส่งเสริมอุตสาหรม
bulletการนิคมอุตสาหกรรม
dot
ลิ้งค์เพื่อนบ้าน
dot
bulletสมบัติลีกัล
bulletเอกเซลสำหรับงาน HR โดย อ.สำเริง
bulletบทความดี ๆ จากโกป้อม
dot
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
dot
dot
Newsletter

dot


พยากรณ์อากาศวันนี้
..................................


ราคาน้ำมันวันนี้
..................................



ทักษะทางสังคมสำคัญกับเด็กวัย 3-6 ปี อย่างไร article

 ทักษะทางสังคมสำคัญกับเด็กวัย 3-6 ปี อย่างไร

 ทักษะทางสังคมและอารมณ์มีความสำคัญมากสำหรับเด็กวัย 3-6 ปี เพราะการจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีจะต้องได้รับการปลูกฝังที่ดีตั้งแต่ช่วงวัยที่ยังเป็นต้นกล้าอ่อนๆ เช่นเดียวกับเด็กวัย 3-6 ปี เด็กที่มีทักษะทางอารมณ์และสังคมที่มั่นคง จะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้
 

พ่อแม่และคนในครอบครัวจึงต้องช่วยกันพัฒนาให้เด็กมีความเชื่อมั่นในตนเอง การเลี้ยงลูกให้รู้จักควบคุมตนเอง และสอนให้รู้วิธีการสร้างเพื่อน และการอยู่ในสังคมได้อย่างดี มีมารยาท รู้จักระเบียบวินัย และที่สำคัญคือ รู้จักการแบ่งปัน

 

ความเชื่อมั่นในตนเองของเด็ก หมายถึง การมีทัศนคติที่ดีในการใช้ชีวิต ไม่กลัวที่จะพยายามทำสิ่งใหม่ๆ ไม่ท้อถอยกับสิ่งที่ยากขึ้น และมีความพยายามที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จ

 

การเรียนรู้ที่จะควบคุมตนเอง หมายถึง การสร้างการรับรู้ด้านอารมณ์ให้กับเด็ก เพื่อให้เขารู้จักควบคุมตนเอง สามารถจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ เมื่อโกรธหรือหงุดหงิดก็จะไม่แสดงออกด้วยการโวยวาย ตะโกนเสียงดัง แต่จะใช้การพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา

 

เด็กที่ได้รับการดูแลและอบรมจากพ่อแม่ให้เด็กรู้จักวิธีการจัดการกับอารมณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการพูดคุย เช่น โดนเพื่อนตี เด็กบอกเพื่อนไปว่า “ฉันไม่ชอบที่เธอตีฉัน หยุดเดี๋ยวนี้” หรือ ถ้ามีเพื่อนมาแย่งของเล่น ถ้าเด็กเรียนรู้ที่จะควบคุมตัวเองให้ได้ เด็กจะบอกเพื่อนว่า “ฉันยังเล่นของเล่นนี้อยู่ ถ้าเธออยากเล่นต้องรอให้ฉันเล่นเสร็จก่อน”

 
ขั้นตอนการเตรียมตัวเด็กวัย 3-6 ปีเพื่อเข้าสู่สังคม
ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมตัวพร้อมผูกมิตร

พ่อแม่ควรจำลองสถานการณ์วันพบเพื่อนใหม่ในห้องเรียน ถ้ารู้จักชื่อครูและเพื่อนที่จะได้เจอก็จะยิ่งดี ทำป้ายชื่อไปติดที่ตุ๊กตาหรือหุ่นยนต์ หรือของเล่นของเด็ก และให้เด็กซ้อมพูดแนะนำตัวกับเพื่อนๆ ด้วย

ขั้นตอนที่ 2 : น้ำใจกับมั่นใจ

หัดให้เด็กสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนผ่านให้สิ่งของเล็กๆ น้อยๆ หรือทำอาหารไปแบ่งให้เพื่อนกินที่โรงเรียน โดยในขั้นตอนการทำ เด็กจะได้เป็นผู้ช่วยพ่อแม่ทำสิ่งเหล่านี้ด้วยตนเอง เมื่อเพื่อนได้รับของที่ทำจากความตั้งใจ เด็กจะมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นด้วย

ขั้นตอนที่ 3 : เลือกเพื่อน

เมื่อเด็กได้พบเพื่อนใหม่ พ่อแม่ผู้ปกครองควรเปิดโอกาสให้เด็กเลือกเพื่อนที่เขาอยากทำความรู้จักด้วยตัวเอง ในตอนแรก เด็กอาจจะยังไม่กล้า แต่ถ้าร้องเพลงด้วยกัน เล่นสนุกด้วยกัน ความสนิทสนมจะเกิดขึ้นได้เอง

ขั้นตอนที่ 4 : สานต่อมิตรภาพด้วยรักและใส่ใจ

วันแรกของเพื่อนใหม่และโรงเรียนใหม่ เมื่อเด็กกลับมาแล้ว พ่อแม่ควรชวนเด็กพูดคุย ให้เด็กเล่าให้ฟังว่าเป็นอย่างไรบ้าง และพ่อแม่ควรฟังอย่างตั้งใจ ความใส่ใจจะทำให้เด็กรู้ว่า พ่อแม่มองเห็นคุณค่าของมิตรภาพที่เขาสร้างขึ้น และแนะนำให้หาสมุดบันทึกเล่มเล็ก คอยจดบันทึกว่า เด็กเอ่ยชื่อเพื่อนคนไหนบ่อยๆ หรือชอบทำกิจกรรมอะไรกับเพื่อนคนไหน หลังจากนั้นพ่อแม่ควรพูดคุยกับพ่อแม่ของเพื่อนลูกคนนั้นบ้าง หรือชวนเพื่อนลูกมาทำกิจกรรมที่บ้านในวันหยุดหรือโอกาสพิเศษ ก็จะช่วยสานไมตรีให้กับเด็กได้ด้วย

 
หมายเหตุ

อย่าขู่เด็กด้วยคำพูดทำนองว่า “ทำตัวไม่น่ารักแบบนี้ เพื่อนๆ ที่โรงเรียนต้องไม่ยอมเล่นกับลูกแน่” เด็กจะจินตนาการภาพของเพื่อนในทางลบได้

เด็กอาจมีอีกบุคลิกหนึ่งเวลาอยู่ที่โรงเรียน เมื่ออยู่บ้านจะซนมาก แต่อยู่โรงเรียนกลับเก็บเนื้อเก็บตัวพูดน้อย หรือบางคนตรงกันข้าม พ่อแม่ต้องคอยถามกับครู หรือลองสังเกตตอนไปรับเด็กที่โรงเรียน จะได้รู้ว่า เด็กผูกมิตรเพื่อนใหม่ได้แล้ว

 
 

บทบาทของครู ในการเรียนรู้ทักษะทางสังคมและอารมณ์ของเด็ก

1. ครูพูดคุยกับเด็กที่กำลังรู้สึกหงุดหงิด

สิ่งที่ครูพูด “ครูอยากรู้ว่าอะไรทำให้หนูหงุดหงิด บอกครูซิว่า เกิดอะไรขึ้น ครูจะได้ช่วยหนูได้”

เหตุผล เพื่อให้เด็กรู้ว่า ครูสนใจและเป็นห่วงเขา

2. บอกให้เด็กรู้ว่า ครูอยากเห็นพฤติกรรมเชิงบวก

สิ่งที่ครูพูด “อยู่ในห้องเรียนเราต้องเดิน ถ้าหนูวิ่งหนูอาจจะหกล้มแล้วเจ็บ ถ้าเล่นที่สนามจึงจะวิ่งได้”

เหตุผล เพื่อช่วยให้เด็กเรียนรู้กติกา และบอกให้ทราบว่าทำไมต้องทำตามกติกา

3. สนับสนุนให้เด็กช่วยเหลือเพื่อน

สิ่งที่ครูพูด “แนนกำลังทำงานสำคัญ เขากำลังเช็ดโต๊ะหลังจากระบายสีเสร็จ ใครจะช่วยแนนได้บ้าง”

เหตุผล เพื่อกระตุ้นให้เด็กช่วยเหลือเพื่อนและแบ่งความรับผิดชอบในห้องเรียน

4. สอนให้เด็กรู้จักสังเกตการแสดงอารมณ์ทางสีหน้า ท่าทาง

สิ่งที่ครูพูด “ดูที่หน้าของเอซิ เธอกำลังโกรธ มาช่วยกันหาหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น จะได้ช่วยเธอได้”

เหตุผล เพื่อสอนให้เด็กเรียนรู้วิธีการแสดงออกทางอารมณ์ และพัฒนาการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

5. ช่วยให้เด็กสงบและใช้คำพูดเพื่อแก้ไขปัญหา

สิ่งที่ครูพูด “หนูทั้งสองคนรู้สึกไม่พอใจและหงุดหงิด หยุดทะเลาะกัน หายใจเข้าลึกๆ แล้วเล่าให้ครูฟังหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น เราจะได้ช่วยกันแก้ปัญหาได้”

เหตุผล เพื่อสอนให้เด็กรู้จักวิธีการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์

 
 
ปัญหาเด็กทะเลาะหรือรังแกกัน

ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเมื่อเด็กเล่นด้วยกัน คุยกัน ก็ย่อมมีเรื่องทะเลาะกันตามประสา เพราะเด็กยังไม่สามารถควบคุมหรือใช้อารมณ์ของตัวเองได้อย่างเหมาะสม แต่หากการทะเลาะกันเล็กๆ เลยเถิดเป็นรังแกกัน พ่อแม่ผู้ปกครองและครูจะต้องสังเกตและแก้ไขเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้ปัญหาบานปลายใหญ่โต

ตัวอย่างสถานการณ์

เด็กแอบเทนมในแก้วตัวเองใส่ในแก้วของเพื่อนที่ดื่มนมหมดแล้ว เพราะตัวเองไม่อยากดื่มนม

เด็กที่ตัวโตกว่าเพื่อน ไม่ถูกใจไม่พอใจเพื่อนก็จะผลักเพื่อน บางทีผลักจนล้ม ก็เจ็บตัวกันไป

เด็กที่นำของเล่นของตัวเองมาเล่นที่โรงเรียน และมักถูกเพื่อนแย่งจนร้องไห้ทุกทีไป

วิธีรังแกกันของเด็ก มีรายละเอียดที่ผู้ใหญ่อาจนึกไม่ถึง เพราะมักเป็นเรื่องไม่ซับซ้อน การทะเลาะกันไม่นาน โกรธกันวันนี้ พรุ่งนี้ก็คืนดีกันแล้ว แต่หากปล่อยทิ้งไว้ก็อาจทำให้เกิดปมด้อยตามมาทั้งสองฝ่าย เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่เกเร ส่วนฝ่ายที่ถูกแกล้งก็อาจกลายเป็นคนไม่สู้คนและถูกควบคุมได้ง่าย แล้วพอความมั่นใจในตัวเองก็จะหายไป

 
 
หนทางแก้ปัญหา
บทบาทของพ่อแม่

ควรแสดงท่าทีที่ดี เมื่อครูบอกเล่าพฤติกรรมตอนเด็กอยู่โรงเรียน เพราะแสดงว่าครูดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี

ให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียน ด้วยการพูดคุย เล่ารายละเอียด เพื่อร่วมกันหาทางออก

มองเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องพัฒนาการและการปรับตัวของเด็กวัยนี้ อย่าคิดว่าคู่กรณีเป็นเด็กมีปัญหา และควรหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน

สอนเด็กว่า อย่าอยู่ใกล้เพื่อนที่ชอบแกล้ง ตอนที่ไม่มีเพื่อนหรือครูอยู่ด้วย เพราะเด็กจอมแกล้งอาจจะนึกสนุกและรังแกเพื่อนคนเดิมซ้ำอีก สอนเด็กว่าเพื่อนที่ดีที่สุด คือตัวของเขาเอง

สอนเด็กว่า อย่าตอบโต้ด้วยการใช้กำลังหรือคิดแก้แค้นกัน เพราะจะทำให้ปัญหาบานปลาย

และในการแก้ไขระยะยาว เพื่อให้เด็กมีความมั่นใจในตัวเองและกล้าปกป้องตัวเองเมื่อถูกรังแก พ่อแม่ต้องคอยย้ำกับเด็กว่า ถึงเพื่อนคนนั้นจะชอบรังแกเขา แต่เพื่อนคนอื่นๆ กับครูรักเขามาก

การสอนของพ่อแม่ต้องไม่ใช่การยุหรือผลักดันให้เด็กตอบโต้ หรือหันมาใช้พฤติกรรมไม่น่ารักเหมือนที่เขาถูกเพื่อนทำ

 

บทบาทของครู

เมื่อเห็นเด็กทะเลาะหรือรังแกกัน ให้แยกสองฝ่ายออกจากกันในระยะเวลาสั้นๆ ก่อน เพื่อให้อารมณ์เด็กเย็นลง

ให้คำมั่นสัญญา ทำให้เด็กที่ถูกรังแกอุ่นใจได้ เช่น "ครูรักหนูนะ ครูจะปกป้องหนูเหมือนพ่อแม่ดูแลหนู ไม่ให้ใครมารังแกหนูอีก"

เร่งปรับพฤติกรรมเด็กทั้งสองฝ่าย คือ เด็กจอมรังแก สอนให้เขารู้จักการขอโทษ และ สอนเด็กที่ถูกรังแกรู้จักการให้อภัย เพื่อพัฒนาทักษะในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

สอนฝ่ายรังแกให้รักเพื่อนมากขึ้น เมื่อรับรู้และเข้าใจว่า คนถูกแกล้งไม่ชอบ แต่ก็ยังยอมให้อภัยได้ เด็กก็จะเข้าใจและไม่อยากแกล้งเพื่อนอีก

อาจให้ทั้งสองฝ่ายช่วยเสนอแนะทางออก โน้มน้าวให้ทั้งสองฝ่ายมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

จะต้องบอกกับพ่อแม่ผู้ปกครองทั้งฝ่ายเด็กรังแกเพื่อนและเด็กถูกรังแก หากการรังแกนั้นรุนแรง บ่อยครั้ง และมีแนวโน้มที่จะร้ายแรงจนน่าเป็นห่วง

ท่าทีในการสื่อสารของครูเป็นเรื่องสำคัญ ต้องใช้วิธีพูดคุยทำนองบอกเล่าเรื่องราวและปรึกษา อย่าตำหนิติติงด้วยอารมณ์ หรือย้ำถึงปมด้อยของเด็ก เพราะยิ่งจะทำให้พ่อแม่ร้อนใจจนจับเด็กย้ายห้องหรือย้ายโรงเรียนไปเลย

 
 
การปลูกฝังมารยาทสำหรับเด็กวัย 3-6 ปี

“คำพูดเพราะๆ การไหว้ สวัสดีผู้ใหญ่ รู้จักกาลเทศะ” เป็นสิ่งที่ทำให้เด็กๆ กลายเป็นเด็กน่าเอ็นดูสำหรับผู้ใหญ่ การสอนเด็กถึงการปฏิบัติตัวที่ดีนั้นไม่ยากเกินไป ค่อยๆ สอน ค่อยเป็นค่อยไป สอนในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เด็กมีพื้นฐานชีวิตที่ดี มีนิสัยน่ารัก และเมื่อเด็กทำดี พ่อแม่ก็ควรชมเชย เด็กจะได้ทำเป็นประจำจนเป็นนิสัย

 

รู้จักทักทาย

สอนให้เด็กไหว้ผู้ใหญ่ทุกคนที่ได้พบและพูดคุยกัน และทำเป็นตัวอย่างให้เด็กเห็น

พูดชมเชย หากเด็กไหว้ได้สวย และชมเด็กๆ คนอื่นด้วย เด็กจะได้มีกำลังใจ

หากอยู่ในสถานการณ์ เด็กคนอื่นๆ กำลังโวยวาย ให้สอนเด็กว่าเป็นกิริยาที่ไม่ดี ทำอย่างนั้นแล้วจะไม่มีใครรัก

การพนมมือไหว้อย่างไทยๆ เป็นการทำท่าในการพัฒนาสมองทั้งสองข้าง ในท่าของ Brain Gym

วิธีที่ง่ายที่สุด ในการสอนมารยาทเบื้องต้น คือ การสอนผ่านการกระทำที่มีผู้ใหญ่เป็นตัวอย่างที่ดี

 

พูดจามีหางเสียง

ฝึกให้เด็กพูดมีหางเสียง มีครับ / ค่ะ ต่อท้าย ทุกๆ ครั้ง

พูดสวัสดี ขอโทษหรือขอบคุณ โดยการสอนให้เด็กรู้จักขอโทษ เมื่อเด็กทำผิด ขอบคุณเมื่อได้รับความช่วยเหลือไม่ว่าเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม

ให้เด็กเล่นกับเด็กวัยเดียวกันที่มีนิสัยน่ารัก พูดเพราะ แล้วเด็กจะเลียนแบบและซึมซับ ลักษณะท่าทางรวมทั้งการพูดคุยมาอย่างไม่รู้ตัว

 

มารยาทบนโต๊ะอาหาร

ฝึกให้เด็กกินข้าวพร้อมกับพ่อแม่ เพื่อให้เด็กได้ซึมซับพฤติกรรมของผู้ใหญ่ว่ากินอาหารกันอย่างไร

ให้เด็กกินข้าวเองโดยใช้อุปกรณ์ช่วยกันเปื้อนเลอะเทอะ เช่น ผ้ารองจาน และผ้ากันเปื้อน

ใช้นิทานและเพลงเป็นเครื่องมือในการฝึกมารยาท เพราะเด็กจะเข้าใจได้ง่าย สนุก และมีความคล้อยตามง่าย

 

ข้อห้ามสำหรับพ่อแม่

อย่าใช้เสียงดัง ห้ามตวาดเด็ก หากเด็กไม่ทำตามที่บอก

สร้างบรรยากาศให้สบายๆ ไม่กดดัน แต่แสดงให้เห็นว่าใครๆ เขาก็ทำกัน มีมารยาทที่ดี

การสอนที่ดีที่สุดคือการที่พ่อแม่และบุคคลใกล้ชิด ต้องทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง

การฝึก ต้องทำอย่างจริงจัง ไม่ใช่บางวันเตือน บางวันก็ไม่เตือน เด็กจะคิดว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญ

อย่าลืมกล่าวคำชม เมื่อเด็กทำดีทุกครั้ง

การเริ่มต้นสอนสิ่งที่ดีๆให้กับเด็ก เริ่มเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี แต่พ่อแม่ต้องไม่คาดหวังมากจนเกินไป และอย่าทำให้เด็กคิดว่าการใช้ชีวิตบนโลกนี้ลำบาก ควรจะค่อยๆ สอนไปกับการใช้ชีวิตประจำวัน

 
 
การปลูกฝังระเบียบวินัยสำหรับเด็กวัย 3-6 ปี

เด็กซนอยู่ไม่นิ่ง วิ่งไปวิ่งมาได้ทั้งวัน ขว้างปาสิ่งของเลอะเทอะทั่วบ้าน ห่วงแต่เล่น เล่นอะไรไม่เคยเก็บ พอเรียกให้มาเก็บ ก็หนีหายไป เอาแต่ใจตัวเอง ไม่ยอมรับกติกา กลายเป็นเรื่องปวดหัวให้พ่อแม่ และจะปวดหัวมากขึ้นอีกเมื่อโตไป ถ้าพ่อแม่ไม่สร้างวินัยให้กับเด็กตั้งแต่ตอนนี้

 

พ่อแม่จะต้องสอนให้เด็กรู้จักระเบียบวินัย เพราะระเบียบวินัยเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิตในสังคม เมื่อโตขึ้นเด็กต้องใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ดังนั้น ต้องสอนตั้งแต่ยังเด็กอยู่จึงจะได้ผล

 

การสร้างระเบียบวินัย

เด็กวัย 3 - 6 ปี เป็นช่วงที่เด็กเริ่มเข้าสู่สังคมมากขึ้น ไปโรงเรียน มีเพื่อนใหม่ๆ มีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง จะเป็นวัยที่เด็กเริ่มพูดรู้เรื่องมากขึ้น เชื่อฟังมากขึ้น แต่บางคนก็ยังยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางอยู่ ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้มากนัก เวลาโกรธหรือไม่พอใจ ก็ยังคงทำปึงปังๆ

 

พ่อแม่จะต้องเริ่มสอนเรื่องวินัยเข้าไปในชีวิตประจำวัน การเลี้ยงลูกโดยทำให้เด็กรู้สึกเคยชินว่าเป็นสิ่งที่เด็กทำอยู่แล้ว และต้องไม่คาดหวัง ค่อยๆ บอก ค่อยๆ สอน เด็กจะเรียนรู้และทำได้มากขึ้น

สอนให้เด็กรับผิดชอบตัวเองให้ได้  เช่น อาบน้ำ  แปรงฟัน กินข้าว แต่งตัว ทำกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเองได้ตามวัย

รู้จักควบคุมตัวเอง   ไม่อาละวาดขว้างปาข้าวของเมื่อไม่พอใจ  ไม่เข้าไปแย่งหรือทำร้ายเพื่อนเมื่ออยากได้ของเล่น

รู้ถึงสิ่งที่ควรทำ เช่น กินผักแล้วดี ล้างมือก่อนกินข้าวทุกครั้ง แปรงฟันเช้าและก่อนนอน เป็นต้น

รู้ว่าเวลาไหนควรทำอะไร เช่น รู้ว่าเวลานี้ถึงเวลากินข้าวแล้ว ต้องพักเรื่องเล่นมากินข้าวก่อน

รู้ว่าถึงเวลานอนก็ต้องเข้านอน

รู้ว่าสิ่งไหนไม่ควรทำ เช่น ไม่เล่นไฟ ไม่เล่นของมีคม ไม่ออกไปวิ่งที่ถนน ไม่เอานิ้วแหย่พัดลม

รู้จักเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น เช่น รู้จักขอ รู้จักรอคอย ไม่แซงคิว รู้จักแบ่งปัน รู้จักขอบคุณและขอโทษ

สิ่งสำคัญของการสร้างวินัยให้กับเด็กคือ พ่อแม่ นั่นเอง

อย่าตามใจมากเกินเหตุ เช่น ให้ทุกสิ่งที่เด็กอยากได้ พ่อแม่ควรจะควรซื้อของเล่นให้ตามความเหมาะสม เช่น ของเล่นเก่าพังแล้ว จึงซื้อให้ใหม่ หรือหากเด็กอยากได้มากๆ  ก็ต้องคุยกันด้วยเหตุผล หรือมีข้อแลกเปลี่ยน เช่น ทำงานบ้านเล็กๆ  น้อยๆ  เพื่อให้ได้ของนั้นมา  เป็นต้น

สอนให้เด็กรู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ

ในเด็กเล็กๆ การฝึกวินัยอาจจะทำได้ยาก พ่อแม่ต้องใจเย็นและอดทน ค่อยๆ สอนไปเรื่อยๆ เด็กจะซึมซับและสามารถทำได้เอง

พ่อแม่และคนในครอบครัว ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ทำให้เด็กเห็น ทำเป็นประจำสม่ำเสมอ

 

สร้างระเบียบวินัยจากการเล่น

ทำบ้านให้สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย จัดวางเป็นระเบียบ ไม่รกรุงรัง

จัดสถานที่เก็บให้เอื้อต่อการเก็บสำหรับเด็ก มีชั้นวาง ตะกร้า กล่อง หรือกระบุง ให้เด็กเก็บของเล่น

ท่าทีแสดงออกของพ่อแม่  ต้องเป็นการชักชวน  มากกว่าการบังคับ  และฝึกให้เด็กแสดงความคิดเห็นหรือชวนกันคิด

ดึงดูดการเก็บของเล่นให้สนุก ด้วยการช่วยกันเก็บ เช่น เกมพาสีเทียนกลับบ้าน (ลงกล่อง) หรือ พาตุ๊กตาไปนอนในห้อง(ลงตะกร้า)

เตือนเด็กทันที ถ้าเห็นว่าเด็กไม่เล่นของชิ้นนั้นแล้ว ว่าจะต้องเก็บเข้าที่

อย่าปล่อยให้เด็กหันไปทำกิจกรรมอื่น โดยที่ยังเก็บของเล่นไม่เสร็จ เช่น ไปเปิดโทรทัศน์ดู ไปกินขนม เพราะเด็กจะไม่สนใจเก็บแล้วล่ะ

พ่อแม่ต้องไม่เก็บของเล่นที่ลูกไม่ยอมเก็บเอง เพราะเท่ากับว่าไม่ได้ฝึกเด็กอย่างที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ถ้าเด็กอิดออดก็ต้องชวนกันเก็บ แล้วพูดคำชมเชยเด็ก

ตั้งใจจริงในการฝึกเด็ก และรักษาความสม่ำเสมอ ทำจนเกิดความเคยชิน เก็บทุกครั้งๆ จนกลายเป็นนิสัยได้เอง

 

การปลูกฝังเรื่องการแบ่งปันสำหรับเด็กวัย 3-6 ปี

เด็กอายุระหว่าง 2 - 4 ปี โดยประมาณ มักจะหวงของเล่น เด็กจะยึดทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเข้าหาตัวเอง มีตัวเองเป็นศูนย์กลาง ตอนเล็กๆ อยู่ก็ธรรมดา แต่พออยู่ในช่วงวัยนี้ มีของเล่นแล้วจะไม่ยอมแบ่งคนอื่น พอเด็กเข้าวัย 4 ปี เด็กจะชอบเข้าสังคม ชอบมีเพื่อน อาการยึดทุกอย่างเข้าหาตัวเองจะผ่อนคลายไปบ้าง

 

การปลูกฝังเรื่องการแบ่งปัน

การให้เป็นความรู้สึกเป็นสุขที่ผู้ใหญ่รับรู้ได้ แต่กว่าที่เด็กคนหนึ่งจะรู้ว่า การรับมีความสุขและการให้ยิ่งมีความสุขมากกว่า ก็ต้องอาศัยเวลาและประสบการณ์ และสิ่งเหล่านี้ต้องบ่มเพาะตั้งแต่อยู่ในวัยเด็ก เมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ จะได้สอนเด็กรุ่นต่อไปให้มีความสุขจากการแบ่งปัน

 

ชีวิตของเด็กคนหนึ่งมีความสุขได้ เพราะเป็นผู้รับ ได้รับความรัก ความเอาใจใส่จากพ่อแม่ ในช่วงขวบปีแรกของชีวิตจึงเป็นเวลาทองแห่งการสร้างพื้นฐานด้านจิตใจอันมั่นคง ด้วยการเป็นผู้รับความสุขความสบายใจจากการดูแลอย่างดีของพ่อแม่

 

เมื่อได้รับอย่างที่ต้องการ ได้กินอิ่ม นอนหลับ ได้เล่นสนุก ได้รับความรักความเอาใจใส่อย่างเต็มเปี่ยม จะช่วยให้เด็กมีอารมณ์แจ่มใส มีจิตใจมั่นคง และเมื่อไม่ขาดแคลนทั้งด้านกายภาพหรือด้านจิตใจ เด็กจะมีหัวใจเมตตา สามารถเรียนรู้เรื่องการเป็นผู้ให้ได้ง่ายขึ้นในวันข้างหน้า

 

พอเด็กอยู่ในวัย 1 - 3 ขวบ ธรรมชาติของเด็ก คือ จะเริ่มเอาตนเองเป็นศูนย์กลางในทุกๆ เรื่องมากขึ้น เพราะรู้สึกถึงการมีตัวตนอยู่ของตนเองมากขึ้น รวมถึงรู้สึกถึงการเป็นเจ้าของสิ่งที่ตนเองครอบครอง

 

ช่วงวัยนี้ เหมาะจะสอดแทรกแนวคิด เรื่องการเป็นผู้ให้ – ผู้รับได้ดีที่สุด เด็กจะเรียนรู้ได้ว่า เมื่อเขาให้ของเล่นของเขาแก่พ่อแม่แล้วพ่อแม่มีความสุข เด็กก็จะมีความสุขไปด้วย เด็กจะค่อยๆ ซึมซับบทบาทผู้ให้และผู้รับได้เอง

 

ในเด็กวัย 3 – 6 ปี เป็นวัยที่เด็กเริ่มมีเพื่อน มีสังคมของตัวเอง พ่อแม่ควรสอนการแบ่งปันได้ในทางอ้อม ถ้าเด็กได้รับขนมในขณะที่มีเพื่อนๆ อยู่ด้วย ก็บอกให้แบ่งขนมให้เพื่อนด้วยเป็นต้น ถ้าในครอบครัวมีน้อง มีพี่ ก็หัดให้เด็กแบ่งปันขนม ของเล่น กับคนในครอบครัวก็สอนเด็กได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน โดยพ่อแม่ต้องช่วยสร้างบรรยากาศให้เด็กรู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ จะมีการแบ่งปัน เป็นเรื่องสนุกสนานที่จะกินขนม หรือเล่นของเล่นด้วยกัน มีความสุขพร้อมกันทุกๆ คนทั้งผู้ให้และผู้รับ และที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า พ่อแม่จะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กๆ




นานา น่ารู้

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!! แค่กินมะเขือพวงเป็นประจำ ก็มีโอกาสหายจาก 4 โรคร้ายนี้..!! article
เด็กอายุต่ำกว่า7ขวบไม่ควรกลืนกินยาสีฟัน article
เปรียบเทียบการใช้ยาสมุนไพรในโรงพยาบาล article
ทานน้ำแก้วเดียวกัน article
สูตรรักษาเส้นเลือดขอด - เส้นเลือดอุดตัน เพียง 2 สิ่งหาง่ายใกล้ตัว article
คัดสิ่งดีๆมาให้แล้ว!!! อาหาร 9 ชนิด กินช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด และทะลวงไขมันได้!! article
สุดทึ่ง !! ประโยชน์ของ น้ำยาบ้วนปาก ที่คุณอาจไม่เคยรู้ .. แถมช่วยรักษาอาการนี้ให้หายได้อย่างน่าอัศจรรย์ ! article
คำแนะนำสำหรับผู้ประกันตนเมื่อเกษียณอายุ ใช้ได้ จริงหรือไม่ article
ประโยชน์ของการแกว่งแขน ที่ไม่ได้มีดีแค่ลดพุง แต่ช่วยรักษาโรคได้เพียบ!! article
อาการบอกโรค 32 ข้อ ที่ไม่ควรมองข้าม ใครไม่อยากป่วยจนสายเกินแก้ รีบอ่านด่วน!! article
รับมือภาษีสังคม รายจ่ายที่เลี่ยงยาก แต่ลดได้ article
ไม่ต้องง้อหมอ!!! “วิธีกำจัดคราบฟันเหลือง” ด้วยตัวเราเอง อยากฟันขาวต้องดูเลย! article
พูดถึง ข้าวเหนียว ก็นึกจินตนาการเลยว่าต้องร้อนๆนุ่มๆ article
วิธีลวกปลาหมึกให้กรอบ-ไม่เหม็นคาว article
สัญญาณเตือนโรคที่ต้องรู้…ปวดหัวแบบไหนแปลว่าอะไร..เช็กดูเลย คุณปวดหัวแบบไหนอยู่ article
น้ำ article
อย่าทำร้ายแก้วหู ด้วยการใช้ ‘สำลีก้าน’ ทำความสะอาดหูอีกเลย! article
เคยรู้ไหม ? ต้นไม้พวกนี้ไล่ยุงได้ปลูกติดบ้านไว้ ไร้เงาแมลงร้ายกวนใจ ! article
อย่ารอ article
ชีวิต1.0 ก็มีอะไรดีๆที่ 4.0 ไม่มี?? article
ผู้ป่วยฉุกเฉินสามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาลฟรี ภายใน 72 ชั่วโมง ย้ำชัดโรงพยาบาลทุกแห่งต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดครับ article
เห็ด 10 ชนิด ช่วยลดน้ำหนัก สลายไขมันได้อย่าง..มีเห็ดอะไรบ้างมาชมกัน article
พิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกรประจำรัชกาล article
ทำอย่างไรไม่ให้ลูกเป็นโรคอ้วน article
5 ความแตกต่าง ระหว่างสิทธิในที่ดิน 3 ประเภท ( โฉนด นส.3ก และ สปก.4-01) article
หัวหอม วางใต้ฝ่าเท้าก่อนนอน ช่วยดีท็อกซ์ ล้างพิษได้ article
ผู้ป่วยฉุกเฉินสามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาลฟรี ภายใน 72 ชั่วโมง ย้ำชัดโรงพยาบาลทุกแห่งต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดครับ article
ขั้นตอนการขอใช้สิทธิ < กรณีผู้ป่วยติดเตียง > article
กำจัดกรดไหลย้อน article
เปลี่ยนคู่บาปให้เป็นคู่บุญ - ดังตฤณ article
เจลาตินที่เด็กๆชอบกิน ว่าทำมาจากอะไร ผู้ใหญ่ควรเอาใจใส่ article
คำกลอนสามีแด่ภรรยา (ขำ ขำ) article
โรค + น้ำหนัก article
สุดยอดอาหาร Detox ปอด ของคนเมือง......ต้านฝุ่นมลพิษ !! article
ต่อภาษีรถยนต์ ต่อทะเบียนรถยนต์ ราคาเท่าไหร่ ใช้เอกสารอะไรบ้าง Update ใหม่ล่าสุด 2019 ! article
ต่อทะเบียนรถยนต์ ต่อภาษีรถยนต์ ออนไลน์ 2562 ง่าย สะดวกกว่า ไม่ต้องเสียเวลาทำเรื่องที่ขนส่ง article
ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งตับ article
ธุรกิจงานศพ article
ตด ไม่ใช่คำไม่สุภาพ article
เคล็ดลับอายุยืน article
เลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็มจัด article
เตือนภัย สังคม รอบตัวเรา article
กรรมที่ส่งผลกับรูปร่าง, เค้าโครง ลักษณะของใบหน้า และผิวพรรณ ในมุมมองพระพุทธศาสนา article
12 สูตรทำน้ำยาล้างห้องน้ำเอง กลิ่นไม่ฉุน สะอาดเกลี้ยงทุกซอกมุม article
10 วิธีการง่ายๆ ประหยัดพลังงานได้ด้วยตัวคุณเอง article
** 6 อาการผิดปกติธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา ** article
ฟ้าทะลายโจร สมุนไพร article
บทสวดมนต์ก่อนนอน พร้อมกับ แผ่เมตตา (ถ้าใครตอนนี้ทำอะไรติดๆขัดๆ ให้ลองสวดมนต์ก่อนนอน) article
ตื่นเช้าแกว่งแขน 100ครั้ง เตะขา 100 ครั้ง article
จำฉ่าย หรือดอกไม้จีน 金针菜 article
กำจัดปลวกง่ายๆ ด้วยใบขี้เหล็ก article
อันดับเครื่องดื่มแคลอรี่ มาก - น้อย article
วิธีกำจัดแมลงด้วยของในครัว article
อาการปวด บอกอะไร !!!! article
สมุนไพรแก้ไขโรคต่าง article
ภูมิปัญญาการใช้หอยปรุงยา....รักษาโรค article
ป้องกันเส้นหัวใจตีบ article
เรื่องของปัสสาวะ article
สูตรสมุนไพรแก้โรคอัลไซเมอร์ article
ลดความดันโลหิตสูงด้วยน้ำสมุนไพร article
สมุนไพรดี10ขนาน article
สรรพคุณของถั่วเขียว 36 ข้อ article
ขยะ ... ที่อยู่ในใจ article
หาเวลาว่างมาบำรุงผมกันดีกว่าค่ะ กับสูตรผมสวยจากผงกาแฟที่ทำตามกันได้ง่ายๆ แต่ผมสวยมากกกกก article
ธรรมะดีดี article
ทำร้ายลูกอยู่ (หรือเปล่า) article
" น้ำส้มสายชู " เพียงขวดเดียวในครัวของบ้านคุณน่ะ ทำอะไรได้บ้าง article
อัตราโทษ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 article
หัวเผือก - หัวมัน article
วิธีเก็บกล้วยไว้กินนาน article
ผลไม้เมืองร้อน สรรพคุณสุดยอด article
วิธีดูอาการเป็นมะเร็ง 14 ชนิด article
นิ้วล็อค ภัยเงียบมนุษย์เมือง article
สูตรลดไขมันในเลือด (Cholesterol) article
อาหาร 10 อย่าง ทานมากอาจถึงตาย article
หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง article
ทานน้ำร้อนให้ถูกต้อง ช่วยได้หลายโรค article
สารพัดวิธีไล่ยุง กำจัดมด ไล่หนู กำจัดแมลงสาบ article
ออมอุ่นใจกับกองทุนประกันสังคม article
ลูกของคุณเติบโตขึ้นมากับอะไร article
เปลือกมะนาว article
วิธีทำน้ำยาปราบเห็บหมัดสุนัขแบบไม่มีสารพิษ article
วิธีทำน้ำมันมะพร้าว article
ครีมหมักผม article
ผักบุ้ง ผักบุ้งแดง ผักบุ้งนา แก้ อัลไซเมอร์ บำรุงสายตา article
การขอที่ไม่ต้องละอาย คือการขอโทษ article
ตัวเรา article
ภัยสุขภาพ สังคมก้มหน้า article
สรรพคุณ ที่มีประโยชน์มากมายของมะนาว article
10 วิธีได้บุญ article
ซื้อติดรถไว้ เพื่อฉุกเฉิน article
แชมพูมะกรูด article
9 วิธีท่องเที่ยวแบบสบายกระเป๋า article
ไข่พระอาทิตย์ สูตรพระราชทานจากพ่อหลวง ร.๙ article
ประโยชน์จากเห็ดหอม article
ภูมิปัญญาไทย...ประโยชน์ของเหล้าขาวกับมะกรูด สมุนไพรแก้ปวด article
BRAIN DAMAGING HABITS ( อุปนิสัยคนเราที่ทำลายการทำงานของสมอง) article
(มาต่อกันครับ) วิธีกำจัด "ตุ๊กแก" ออกจากบ้านแบบสันติ article
ทำไมเราต้องดื่มน้ำก่อนนอน ? article
?#?เตือนภัยแก๊งค์กรีดล้อยางรถยนต์?..!!! article
เพิ่มประสิทธิภาพการเล่นกีฬา article
6 เหตุผลดื่มน้ำอุ่นตอนเช้า article
เจ็บส้นเท้า สัญญาณของโรคไต article
“นักเก็ต” article
สู้โรคหมอนรองกระดูก ด้วยท่าบริหาร article
ถนอมตาด้วยท่าโยคะ article
ทายนิสัยจากกรุ๊ปเลือด article
ภัยสังคม รอบตัวเรา article
ตัวการทำลายกระดูก article
เคล็ดวิธีคืนเงินให้เจ้าหนี้กรรม article
วิธีคิดบวก ในโลก.. article
การถนอมรักษาสายตา ด้วยตนเองโดยวิธีนวด article
31สุดยอดเคล็ดลับในการทำความสะอาดบ้าน article
ตำรับสมุนไพรทะลวงหลอดเลือดสูตรลับสุดยอด article
ตดบอกนิสัย article
หน่วยบาปบุญ article
เคล็ดลับวิธีกำจัดยุง article
ชะตาประจำปีเกิดชาย - หญิง article
ภัยใกล้ตัว..........รู้ไว้ได้ประโยชน์ article
ดีท็อกซ์ article
เครื่องดื่มล้างขยะในหลอดเลือด article
การใช้นํ้ามันหมู ทำอาหาร article
กำจัดสิวเสี้ยนที่จมูกแบบง่ายๆ article
54 ประโยชน์เริดๆ จากเบกกิ้งโซดา article
4 วิธี บริหารดวงตา article
นิสัย 10 อย่างที่ทำให้สมองพังได้ article
ท่าบริหารสมอง 2 เท่า article
พลังงานหมุนเวียน หนึ่งทางเลือกของประเทศไทย article
อันตรายจากสาหร่ายทอดกรอบ article
ผักกะสัง article
ยาแก้ปวด สรรพคุณ - ผลข้างเคียง article
แผ่เมตตาให้ศัตรู หรือคนที่เราไม่ชอบขี้หน้า article
มีหลากหลายวิธีประหยัดพลังงาน article
ปริมาณแคลอรี่ในอาหารเป็นกิโลแคลอรี่ article
โรคเก๊าท์ article
ถ้าบริหารสำหรับปวดหลัง
ปวดศีรษะข้างเดียว ไขปัญหาสุขภาพแผนจีน article
เรื่องต้องห้ามยามเข้านอน article
ผมดำ จากภายใน... article
ต้นไม้อะไรเอ่ย ปลูกแล้วผิวสวยขึ้น?
บริหารต้นขาและน่องให้เรียวสวยได้จากโต๊ะทำงาน (ตอน 2) article
บริหารต้นขาและน่องให้เรียวสวยได้จากโต๊ะทำงาน (ตอน 1) article
สารพัดสูตร บำรุงผิว จากธรรมชาติ ได้ผล 100% article
สมุนไพรฟื้นฟูตับอ่อน article
ของขวัญพ่อหลวง article
การออกกำลังกายที่เป็นรูปแบบได้ article
มะกอกน้ำมัน น้ำมันมะกอก article
มีพุง(ใหญ่)เสี่ยงโรคร้ายพุ่ง article
ปอดอุดกั้น โรคมาแรงแฝงควันพิษ article
โรคตึกเป็นพิษ ภัยเงียบคนทำงาน article
โรคในรถ... คุณเป็นกันไหม? article
ชวนคุณผู้ชาย เพิ่มภูมิชีวิตสู้โรค article
100 วิธีดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม article
ตัวการทำลายกระดูกที่ควรหลีกเลี่ยง article
ภัยจากอาหารแห้ง article
แก้เมา ด้วยหน่อไม้ฝรั่ง article
12 ท่ายืดเส้นยืดสายป้องกันโรค ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) article
8 เคล็ด (ไม่ลับ) หลับสบาย article
4 วิธีเดินที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ article
6 ประเภท ยากินนานอย่าวางใจ article
แก้ผงตาเข้าด่วนและดี article
กดจุด หยุดปวดคอ??
การใส่รองเท้า..ส่งผลต่อร่างกาย article
10 สิ่งต้องห้ามเข้าไมโครเวฟ article
5 ความสกปรกในบ้านที่มักถูกมองข้ามไป article
ประโยชน์จากสาหร่าย article
แคลอรี่จากอาหาร article
วิธีการประหยัดพลังงานแบบง่าย ๆ article
สุดยอด 5 ผลไม้บำรุงเลือด (สุขกายสบายใจ) article
7 เคล็ดลับ หม่ำอาหารบนโต๊ะทำงาน article
6 โรคที่ตามมา หากต้องอยู่ในรถนาน ๆ article
เกมส์ทายนิสัยมาให้เล่นสนุกๆ article
ทายนิสัยจากชื่ออีเมลล์ article
ทำไมคนเราถึงมีเลือดหลายหมู่? article
น้ำ มากเกินไปก็ไม่ดี article
เลิกดื่มน้ำเย็นกันเถอะ article
” เพิ่มความจำ “วัยทำงาน” article
เครื่องดื่มยามเช้าที่ดีต่อสุขภาพ article
สอนหนูมีสมาธิดี article
ผลวิจัย พบผักพื้นบ้านไทย คุณค่าเพียบ มีสารหลายชนิดป้องกันโรคมะเร็ง ชะลอแก่ article
การนวดถนอมสายตา 7 ท่า article
ข้อคิดเตือนใจ...กับพุทธศาสนสุภาษิตน่ารู้ article
เคล็ดลับทำของทอดไม่อมน้ำมัน article
7 ขั้นตอน ตรวจภายในด้วยตัวเอง article
โรคฮิต ชีวิตติดออนไลน์ article
เคล็ดลับทำความสะอาดทอง article
ตรวจสุขภาพเป็นประจำกันเถอะ article
ดูแลลูกด้วยธรรมชาติบำบัด article
11 กิริยาประจำ กับคำเตือนสุขภาพ article
เรามาลองดู 10 เหตุผลดีๆ ที่เราไม่ควรกินเนื้อสัตว์กันดีกว่า article
พลังงานที่ได้รับจากอาหาร article
มากคุณค่าจากอาหารทะเล article
“ทำไงดี จะเป็นสาวแล้ว!!“ article
ล้างพิษได้ในหนึ่งวัน article
คู่มือความปลอดภัย article
อาการคันช่องคลอด โรคของคุณสาวๆ article
10 สรรพคุณของ "วิกส์" ที่คุณอาจไม่รู้ article
ถ้าคุณยังมี "ตา" อยู่....อย่าลังเลที่จะดูแล article
ภัยใต้ เสื้อผ้า ที่สาวๆ อาจเผลอมองข้าม article
เชื่อหรือไม่...ตรวจสุขภาพจากฟันได้ article
บรรเทาอาการปวดจากการใช้คอมพิวเตอร์ article
ลดพุง วิธีลดพุง กำจัดพุง ด้วยเทคนิคเด็ดเหล่านี้ article
ต้านกระดูกพรุนกันเถอะ article
7 ของว่างสุดอร่อย ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ article
“ฉันติดเชื้อไวรัส HPV ทั้งที่มีแฟนคนเดียวมาทั้งชีวิต” article
ชีวิตและสุขภาพ: 'โภชนาการในผู้ป่วยเบาหวาน' article
ทานมื้อเย็นอย่างไรให้สุขภาพดี article
ทำบุญอายุ ความเชื่อของการมีอายุยืนยาว article
BRAIN DAMAGING HABITS ( อุปนิสัยคนเราที่ทำลายการทำงานของสมอง) article
7 วิธีดูแลสุขภาพดวงตา article
ของมงคลปีนักษัตร article
ลางสังหรณ์บอกเหตุดี-ร้าย ตุ๊กแกร้องกลางวันเป็นลางดีหรือร้าย? article
11 วิธีหลีกเลี่ยงการบ้างาน article
สัญญาณเตือนจากร่างกายคุณ article
ทายนิสัยอาการโกรธจากกรุ๊ปเลือด article
Easy Ways to Get Rid of Cellulite article
รูปภาพลักษณะของกระดูกพรุน article
ทายนิสัยจากกาแฟ article
5 เมนูสบายคลายเครียดคุณสาว ๆ article
5 กิจกรรมงานครัวที่จะทำให้ไม่สบาย article
เลือกซื้อเสื้อชั้นใน แบบไหนถึงจะเหมาะ article
สุดยอดอาหาร เพื่อหน้าท้องแบนราบ
แคลอรี่จากไข่ article
วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 วันมาฆบูชา article
ข้อคิดดี ๆ จากชายที่จากไป article
ฟอกไต article
มนุษย์เงินเดือน ลดหย่อนภาษีได้บ้าง article
เตือน! กินไข่มดแดงดิบ เสี่ยงติดเชื้อถึงตายได้ article
ตรวจสุขภาพ..ที่บ้าน article
คีโม กับมะเร็ง article
ประโยชน์ และ โทษ ของการบริโภคตับหมู article
เตือนภัยใกล้ตัว ฟันผุ ทำปอดติดเชื้อ เสี่ยงถึงตาย article
วิธีบำรุงผิวด้วยแตงโม article
สำคัญมากสำหรับท่านที่มีญาติหรือลูกหลานที่เป็นผู้หญิง article
6 เทคนิคปรับปรุงสู่ “บ้านประหยัดพลังงาน” article
<< เพื่อความปลอดภัยจากการใช้บัตร ATM. >>>> article
ทำความรู้จัก 'แสงน้ำเงิน' ภัยร้ายใกล้ตัว! คนเสพติดเทคโนโลยี article
ทัน 5 โรคฮิตคนติดโซเซียลมีเดีย article
เตืิอนภัย บัตรประชาชน
ตาหวานฉ่ำ ด้วยท่าบริหารง่ายๆ article
หลากโรคจากความเครียด article
กินเมล็ดฟักทองป้องกันโรคต่อมลุกหมากโต article
เตือนภัย สังคม เติมน้ำมัน ต้องลงมาดูทุกครั้ง article
วิธีซื้อประกันชีวิต article
7 อันตรายจากน้ำตาลทราย article
ผิวหน้าสวยด้วยฟักทอง article
ดื่มน้ำถูกจังหวะเวลา...เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ article
เคล็ดลับ การประหยัดน้ำมัน ~ เพิ่มความสูง article
ลองมา บริหารกายลดอาการปวดหลัง กันดีกว่า article
วิธีใช้หนี้พ่อแม่ article
ต้นไม้ในบ้านช่วยกรองแก๊สฟอร์มาลดีไฮด์ article
สุดยอดอาหาร ต้านความชรา article
กินอย่างไร เมื่อไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง article
เตือนภัย สังคม ที่อยู่รอบตัวเรา article
ทำงานบ้านต้านมะเร็ง article
“คิดก่อนใช้ “ประหยัดไฟไม่ใช่เรื่องยาก article
กินอย่างไร เมื่อโคเลสเตอรอลในเลือดสูง article
ข้าวโพดต้มสุก กับ มะเร็ง article
ฝังเข็มรักษาโรค article
วิธีป้องกันน้ำเสียด้วยตัวเอง article
เกร็ดความรู้ article
โรคอ้วน + ไขมันในช่องท้อง อันตรายที่สุด article
15 จุด ลดอาการคลื่นไส้ + เดินอย่างไร ให้ถูก วิธี + เทคนิคการผูกเชือกรองเท้าให้เข้ากับรูปเท้าของแต่ละคน article
ประวัติวันตรุษจีน article
สูตรลัดประหยัดตังค์-พลังงาน article
ดูคู่วาสนา เสริมดวง article
4 เหตุผล ควรกินไข่เป็นอาหารเช้า + 6 โรคฮิต + 7 พฤติกรรมทำให้อ้วน และลดความอยากอาหารสไตล์เกาหลี article
เคล็บลับห่างไกลอัมพาต article
กินอย่างไรเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน article
โรคเบอร์ไซติส.... article
อัพเดทโรคฮิต ของสาวออฟฟิศแต่ละวัย article
โยคะเพื่อสุขภาพ เลือกยังไงให้เหมาะกับตัว article
6 ข้อดีดื่มน้ำบรรเทาหวัด + แก้อาการเจ็บคอด้วยวิธีง่ายๆ article
เตือนภัย สังคม ที่อยู่รอบตัวเรา article
ผงนัว...สมุนไพรชูรส แทนผงชูรส article
สมุนไพรช่วยแก้ร้อนใน "ว่านกราบหอย" article
อัตราค่าปรับ พรบ. จราจร พ.ศ.2552 article
ปัสสาวะบอกโรค + นอนผิดท่าระวังโรค... ถามหา + 6 อาการแพ้เครื่องสำอางค์ + ความดันโลหิต article
สูตรให้ชีวิตยาวนาน article
"""เคล็ดลับที่หลายคนไม่รู้ เกี่ยวกับการชาร์จไฟและถนอมแบต "มือถือ/แท๊บเลท" อย่างถูกวิธี article
สุขภาพดีกับรำข้าวพร้อมจมูกข้าว article
ออกกำลังกายพิชิตโรคด้วยหนังยาง article
มหัศจรรย์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ + 5 สีสร้างสวย article
มะเร็งต่อมลูกหมาก...... (Prostate Cancer) article
สะบ้าหลุดซํ้า...... article
โรคเกาต์ article
ภูมิแพ้ เราเอาชนะมันได้ ถ้าเราอยากชนะ.. article
ดื่มน้ำเย็นจัด ทำร่างกายเจ็บป่วยไม่รู้ตัว article
คำพูดแบบไหน...ลูกปลื้ม ? article
ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน บิดเบี้ยว ทานชาเขียวทุกวัน ดีต่อสุขภาพ article
วิธีเลือกซื้อยางรถยนต์ article
วิธีตรวจหมอนรองกระดูกด้วยตนเอง article
น้ำ - อัด - ลม article
สูตรล้างสารพิษ + สารพิษจากฟอร์มาลีน article
15 เรื่องที่เบกกิ้งโซดาช่วยงานคุณได้ article
7 พฤติกรรมทำให้อ้วน + ออกกำลังกายง่ายๆ ที่ออฟฟิศ article
บริโภคเนื้อสัตว์เสี่ยงมะเร็งลำไส้ article
สมุนไพรฟื้นฟูตับอ่อน “มะตูมแห้ง รากเตยหอม” article
(ไส้กรอกหมู” ใส่สารกันบูดเพียบ ใครชอบทานอ่านก่อนนะ) article
กินเม็ดบัวป้องกันมะเร็งตับ article
ความดันโลหิตสูง
6 พิพิธภัณฑ์ที่พ่อแม่ต้องพาลูกไปเที่ยว article
ผลดี ผลเสีย ดูดจากเต้า Vs ดูดจากขวด (รักลูก) article
แก้นิ้วล็อก และหินปูนที่ข้อกระดูก - Beleive it or not!?! article
อุปนิสัยตามเดือนเกิด article
น้ำผลไม้เสริมความจำ article
ไดเอ็ทให้เหมาะกับวัย article
Reduce + Reuse+ Recycle article
7 ข้อคิดสำหรับพ่อแม่เตรียมรับมือเมื่อลูก ป.1 ได้แท็บเล็ต + พร้อมข้อพึงระวัง article
เที่ยวอย่างไรให้ประหยัด article
คุณปู่ไต้หวันอยู่แบบพอเพียง บริจาคเงินเพื่อการกุศล article
ประวัตินางนพมาศ สาวสวยในวันลอยกระทง article
เครื่องดื่มแก้ปวดไมเกรน article
ทราบหรือไม่ว่า ยาแต่ละชนิดจะเสื่อมคุณภาพเมื่อไหร่
5 โรคร้าย ที่คุณผู้ชายควรระวัง article
20 วิธีลดหุ่นให้เข้าที่ article
มะนาว สุดยอดตัวช่วย ลดน้ำหนัก article
สูงแบบไหน ใช่(ลูก)เลย article
ปริมาณน้ำตาลในผลไม้ที่คุณควรทราบ article
เคล็ดลับ การสกัดผมขาว ผมหงอก ก่อนวัยอันควร article
โรคกรดไหลย้อน – โรคกระเพาะ ความเหมือนที่แตกต่าง article
หัวจดเท้ารักษาเองได้ก่อนไปหาหมอ article
เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับน้ำตาลในผัก article
Sanyo Eneloop แบตเตอรี่สีสดใส ใช้งานได้นานกว่าเดิม article
แค่นั่งเฉย ๆ ก็ตายได้ article
นิ้วล็อก เข่าเสื่อม อาการของคนขยัน article
ร่วมมือช่วยกันทุกคน คู่มือประหยัดพลังงานและ วิธีลดโลกร้อน ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน article
หยุดพฤติกรรมทำร้ายกระดูก article
ผู้หญิงอย่ากินปีกไก่ ระวัง article
ทายใจ ลักษณะนิสัยการใช้เงิน article
ตารางประโยชน์ของน้าผึ้งในการสร้างเสริมสุขภาพและรักษาโรคต่างๆ article
คำสอนของพ่อ สู่ลูก article
เทคนิค 5 เคล็ดลับ ขจัดเครียด article
การเริ่มต้น 4 กิจกรรม เพื่อ 32 ผลลัพธ์สุขภาพ article
6 ข้อดีของการพาลูกไปที่ทำงาน article
ลักษณะบ้านบอกความเป็นคุณ article
อาหาร โภชนาการ กับมะเร็ง กับหนทางเลี่ยงมะเร็ง article
ปรุงรส ปรุงสุขภาพ article
สาวๆ จ๋า รู้กันหรือเปล่าว่า... นม กับ น้ำ ทำให้เป็นมะเร็งได้ article
กรมควบคุมโรคยอมรับ"เชื้อมือ เท้า ปาก"ตัวใหม่"อีวี 71" แรงขึ้น article
กำจัดจุดบอดความงามทั่วเรือนร่าง article
คุณค่าหลังธนบัตร article
"ปลายประสาทอักเสบ ... โรคฮิตของคนทำงาน" article
โยเกิร์ตสอดไส้แอนติบอดี สู้แบคทีเรียร้าย article
วันอาสาฬหบูชา - วันเข้าพรรษา article
เคล็ดลับสอนลูกใช้เงิน
เคล็ดลับเวิร์กกิ้งวูแมนรับมือกับความอ่อนล้า article
เรียนรู้วิธีแบกเป้ ไปโรงเรียนอย่างปลอดภัย article
สร้างเกราะป้องกันโรค
สีของมือบอกนิสัย article
จริงหรือ "คนถนัดซ้าย ตายเร็ว"?? article
การละเล่นของเด็กไทย..คุณเคยเล่นกันไหม?? article
น้ำยาล้างผักสูตรทำเองง่ายๆ article
8 ท่า ใน 3 นาที แก้เมื่อยระหว่างทำงาน article
โทษของน้ำอัดลม article
ผักบุ้ง บำรุงสายตา ถอนพิษ article
อ้วนลงพุง ภัยเงียบที่อันตราย! article
วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 วัน
รักของพ่อแม่ ทั้งรักแท้ และ รักยั่งยืน article
คนเจ้าชู้ระวัง! article
วิธีขับสารพิษด้วยการหายใจ article
อันตรายหลอดดูดน้ำ article
ปรับสมดุลให้สุขภาพ
ตู้เอทีเอ็มสกปรกเกือบเท่าห้องน้ำ
พี่เลี้ยง...อันตราย article
พิษของไขมัน .. ไม่รู้ไม่ได้แล้ว !
ผลวิจัยชี้ โทรศัพท์มือถือ สกปรกกว่าส้วม!!
10 ธันวาคม วันรัฐธรรมนูญ
คำสอนของพ่อ สู่ลูก article
ปวดหัวจี๊ด ๆ... เป็นไมเกรนหรือเปล่า article
SMART CHOICES & SMART PANTS article
เลิกนมมื้อดึก ให้เบบี๋ article
เลี่ยงดื่มน้ำมาก ขณะออกกำลัง article
9 โรคร้ายออฟฟิศเกิร์ลพึงระวัง article
หมอเตือนผู้สูงอายุ,ป่วยเรื้อรังต้องรู้จักกินให้ถูกวิธี article
ความหมายของ เจ article
ใช้ Twitter-Facebook ให้มีสุขภาพดี + นั่งแชททั้งวัน ภูมิคุ้มกันตก article
5 กิจกรรม สอนทักษะชีวิตลูก
การป้องกันการปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ และวิ่งราวทรัพย์ ตามสถานที่ประกอบการค้า หรือที่พักอาศัย article
ขจัดโรคฟุ่มเฟือยในตัวคุณ article
สับปะรดสร้างกระดูก article
ระวังป่วยเพราะสารพิษในบ้าน article
ทานเนื้อสัตว์มากตายก่อนกำหนด article
น้ำร้อนลวกช้อนเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค + ระวังการเลือกทาน article
เบต้าแคโรทีน เพื่อหัวใจและสุขภาพที่แข็งแรงของคนที่คุณรัก article
ความรักที่ยิ่งใหญ่ของแม่ article
รีไซเคิลกล่องนม article
การทำบุญแบบง่าย ๆ article
ทำอย่างไรดี เมื่อหนูฉี่รดที่นอน article
ความรู้เรื่องต้นสาละ article
หญิงอดนอน ส่งผลอารมณ์บูด +ทดแทนพลังงานอดนอน article
ภัยจากการใช้ small talk / เตือน : ดูทีวี - เล่นคอม มากก่อโรค article
คาถาป้องกันลูกซึมเศร้า article
ระวัง!!! มิจฉาชีพรูปแบบใหม่
ใส่ใจสุขภาพ article
คนไทยตุ้ยนุ้ย ควบคุมความอยากทานขนมหวาน article
ลูกบอล ! อันตราย article
แปลกแต่จริง 12 ซี่ความรู้ เรื่องฟัน ๆ article
กินอาหารเพิ่มคอลลาเจน ชลอความเหี่ยว article
เจาะลึก! พิธีเปิด World Cup 2010 article
กระดาษเปล่ากับลายเซ็นต์ article
ทานผัก แก้เมา article
ออกกำลังกายหน้าคอม ฯ article
เซลล์ลูไลท์ (ผิวเปลือกส้ม) article
ชีวิตพลาสติก article
แบตเตอรี่
เซฟค่าใช้จ่ายออฟฟิศด้วยเทคนิคกรีน ๆ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

บริษัท กฎหมายปาระมี จำกัด

เลขที่ 511/4 ถนนประชาอุทิศ 117/1 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร (10140)

โทร/Tel : 02 - 8159522, แฟกซ์/Fax : 02 - 8159523, มือถือ/Mobile : 081 - 7936156

อีเมล/E-mail : sawai.prm@gmail.com, เว็บไซต์/Web : www.parameelaw.com