ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ชมรมบริหารงานบุคคล
dot
bulletสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย
bulletชมรมบริหารงานบุคคล
bulletชมรมบริหารงานบุคคล อยุธยา
bulletชมรมบริหารงานบุคคลรังสิต
bulletชมรมผู้บริหารงานบุคคล อมตะนคร
bulletสมาคมการบริหารงานบุคคล (PAAs)
bulletชมรมบริหารงานบุคคลบางพลี
bulletชมรมนักบริหารงานบุคคลพัทยา
bulletชมรมบริหารงานบุคคลยุคใหม่
bulletชมรมผู้บริหารงานบุคคลจังหวัดราชบุรี
bulletงานบริหารงานบุคคล
bulletชมรมงานบริหารงานบุคคลกรุงเทพฯ
bulletชมรมบริหารงานบุคลสุขสวัสดิ์
dot
ติดต่อราชการศาล
dot
bulletศาลแรงงานกลาง
bulletศาลแรงงานภาค ๒
bulletศาลยุติธรรม
bulletศาลปกครอง
bulletศาลรัฐธรมนูญ
bulletสำนักงานอัยการสูงสุด
bulletกระทรวงยุติธรรม
bulletคณะกรรมการกฤษฎีกา
bulletกรมบังคับคดี
bulletสภาทนายความ
dot
หน่วยงานราชการสำคัญ
dot
bulletกระทรวงแรงงาน
bulletกรมการจัดหางาน
bulletกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
bulletกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletกรมสรรพากร
bulletกรมบัญชีกลาง
bulletกรมพัฒนาธุรกิจกาค้า
bulletกระทรวงอุตสาหกรรม
bulletกรมโรงงานอุตสาหกรรม
bulletกรมส่งเสริมอุตสาหรม
bulletการนิคมอุตสาหกรรม
dot
ลิ้งค์เพื่อนบ้าน
dot
bulletสมบัติลีกัล
bulletเอกเซลสำหรับงาน HR โดย อ.สำเริง
bulletบทความดี ๆ จากโกป้อม
dot
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
dot
dot
Newsletter

dot


พยากรณ์อากาศวันนี้
..................................


ราคาน้ำมันวันนี้
..................................



นายจ้างตกลงรับผิดชอบค่าภาษีให้แก่ลูกจ้างภายหลังออกจากงาน จะฟ้องเรียกเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากลูกจ้างไม่ได้ article

 

คำพิพากษาฎีกา 547- 51
นายจ้างตกลงรับผิดชอบค่าภาษีให้แก่ลูกจ้างภายหลังออกจากงาน จะฟ้องเรียกเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากลูกจ้างไม่ได้
 
                โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด จำเลยเคยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์คนหนึ่งในช่วงระหว่างวันที่ 14 พฤษภาคม 2541 ถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2545 และยังเป็นลูกจ้างโจทก์ในตำแหน่งประธานกรรมการผู้บริหาร มีอำนาจหน้าที่บริหารงาน เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2544 โจทก์ได้จ่ายเงินชดเชยตามสัญญาจ้างแรงงานแก่จำเลยในฐานะผู้บริหารตามสัญญาที่โจทก์และจำเลยมีต่อกันจำนวน 3 สัญญา รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 143,594,900 บาท โดยจำเลยจัดแบ่งจ่ายออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2544 จำนวน 20,420,900 บาท เป็นการจ่ายเงินเดือน 420,900 บาท โบนัส 5,000,000 บาท เงินชดเชยตามกฎหมาย 5,316,960 บาท เงินชดเชยตามสัญญาจ้าง 9,683,040 บาท โดยได้หักภาษี ณ ที่จ่าย ของเงินทุกจำนวนดังกล่าวรวมเป็นเงิน 5,042,653.80 บาท และยังหักค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดที่จำเลยต้องคืนโจทก์จำนวน 8,589.80 บาท จึงเหลือเงินสุทธิที่จำเลยได้รับไปจำนวน 15,369,657.20 บาท ส่วนที่ 2 เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2544 จำนวน 123,174,000 บาท อันเป็นการจ่ายเงินชดเชยตามสัญญาจ้างแรงงานส่วนที่เหลือทั้งหมดซึ่งเงินชดเชยในส่วนที่ 2 นี้จำเลยในฐานะประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ มีหน้าที่จัดการในนามบริษัทโจทก์ให้มีการหักเงินรายได้ในส่วนนี้เป็นภาษีหัก ณ ที่จ่าย เพื่อนำส่งกรมสรรพากร แต่ปรากฏว่าจำเลยไม่ได้ดำเนินการ เป็นเหตุให้จำเลยได้รับเงินส่วนที่เป็นภาษีหัก ณ ที่จ่ายเกินไป เป็นเงิน 45,574,380 บาท ต่อมาวันที่ 5 มีนาคม 2545 โจทก์จำต้องชำระภาษีหัก ณ ที่จ่ายแทนจำเลยไปก่อนเพื่อบรรเทาความเสียหายของโจทก์หากกรมสรรพากรตรวจสอบพบในภายหลัง และโจทก์ต้องชำระเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย 4,276,941 บาท นอกจากนี้เมื่อประมาณต้นปี 2544 จำเลยได้รับมอบรถยนต์ประจำตำแหน่งเพื่อการใช้งานในกิจการของโจทก์ เป็นรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับบลิว หมายเลขทะเบียน ภร 767  กรุงเทพฯ ราคา 4,000,000 บาท ซึ่งเป็นของบริษัทโจทก์ จำเลยได้ลาออกจากการเป็นผู้บริหารและกรรมการเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2545 จำเลยมีหน้าที่ต้องคืนรถยนต์คันดังกล่าวแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่คืน โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้เกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่จำเลยได้รับเกินและให้คืนรถยนต์แก่โจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 45ล574,380 บาท นับแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2544 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 1,872,920 บาท ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถคันดังกล่าวที่จำเลยคงครอบครองอยู่นับแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2545 ในอัตราวันละ 3,000 บาท คิดถึงวันฟ้องจำนวน 128 วัน เป็นเงิน 384,000 บาท และหากจำเลยไม่อาจคืนรถคันดังกล่าวแก่โจทก์ได้ จำเลยต้องชำระเงินจำนวน  4,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2545 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ย 47,447,300 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยคืนรถยนต์ ยี่ห้อบีเอ็มดับบลิว หมายเลขทะเบียน ภร 767 กรุงเทพฯ ในสภาพที่ใช้งานได้แก่โจทก์ ค่าขาดประโยชน์จำนวน 384,000 บาท หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้ราคารถยนต์ จำนวน 4,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2545 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
 
 
 
                       จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะลายมือชื่อผู้แต่งทนายความไม่ใช่ลายมือชื่อของกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ ตราประทับก็ไม่ใช่ตราประทับสำคัญที่โจทก์จดทะเบียนไว้ นายพิสิษฐ  เดชไชยยาศักดิ์ จึงไม่มีอำนาจดำเนินคดีในนามของโจทก์จำเลยไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย แต่เป็นหน้าที่ของโจทก์ โจทก์และจำเลยมีสัญญาต่อกันว่ากรณีเงินได้ที่จำเลยรับเงินสุทธิ ไม่ต้องรับผิดชอบในเรื่องภาษี ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 ถึงหมายเลข 5 เนื่องจากโจทก์และจำเลยได้ตกลงกันว่า เมื่อโจทก์จะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ เปลี่ยนแปลงคณะกรรมการ จำเลยยอมลงนามในหนังสือลาออกจากการเป็นพนักงานของโจทก์ โจทก์จะจ่ายค่าตอบแทนให้แก่จำเลยเป็นเงินและตกลงโอนรถยนต์หมายเลขทะเบียน ภร 767 กรุงเทพฯ ให้แก่จำเลย และทั้งสองฝ่ายต่างไม่ติดใจเรียกร้องสิ่งอื่นใดต่อกันอีก โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยคืนเงินภาษี รถยนต์หรือชำระราคารถยนต์แทน และค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ตามฟ้อง นอกจากนี้ รถยนต์คันดังกล่าวหากนำออกให้เช่าจะได้ค่าเช่าไม่เกินวันละ 1,000 บาท และมีมูลค่าไม่เกิน 1,000,000 บาท คำฟ้องของโจทก์ในส่วนเกี่ยวกับค่าภาษีเป็นกรณีต้องด้วยมาตรา 7 (4) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 อยู่ในอำนาจการพิจารณาคดีของศาลภาษีอากรกลาง ขอให้ยกฟ้อง
 
 
 
                                ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง
 
 
 
                                โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
 
 
 
                           ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด มีกรรมการและกรรมการผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.1 และ จ. 26 โจทก์จดทะเบียนเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามเอกสารหมาย จ.2 โจทก์มีระเบียบข้อบังคับการทำงานตามเอกสารหมาย จ. 22 จำเลยเข้าทำงานเป็นลูกจ้างโจทก์ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2541 ตำแหน่งสุดท้ายเป็นเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงตามสัญญาจ้างเอกสารหมาย จ.4 โจทก์และจำเลยยังได้ทำข้อตกลงการจ่ายโบนัสประจำปี ตามเอกสารหมาย จ.5 ตำแหน่งประธานกรรมการบริหารมีหน้าที่จัดการงานและบริหารของบริษัทโจทก์และบริษัทในเครือ จำเลยยังเป็นกรรมการผู้มีอำนาจคนหนึ่งของโจทก์ช่วงระหว่างปี 2541 ถึงปี 2545 ต่อมาวันที่ 1 กันยายน 2543 โจทก์และจำเลยได้ตกลงทำสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาจ้างและยืนยันสัญญาเดิมตามเอกสารหมาย จ.6 และในวันที่ 9 ตุลาคม 2544 โจทก์และจำเลยได้ทำข้อตกลงการแก้ไขสัญญาตามเอกสารหมาย จ.7 โดยนายพรชัย อธิคมกุลชัย กรรมการผู้มีอำนาจคนหนึ่งของโจทก์เป็นผู้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์ กระทำการแทนโจทก์ทั้งสองฉบับ สาระสำคัญของสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาจ้างและยืนยันสัญญาเดิมตามเอกสารหมาย จ.6 และข้อตกลงการแก้ไขสัญญาตามเอกสารหมาย จ. 7 การจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่จำเลยเนื่องจากจะมีการเปลี่ยนแปลงการควบคุมกิจการของโจทก์โดยบริษัทเฟิร์ส แปซิฟิค จำกัด ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของโจทก์ขณะนั้น ซึ่งถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 ประสบปัญหาการเงิน จึงต้องการขายหุ้นของบริษัทอุตสาหกรรมเครื่องแก้วไทย จำกัด ซึ่งโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นอยู่เกินกว่าร้อยละ 50 อันจะทำให้มีผลกระทบต่อผลกำไรของงบการเงินรวมของบริษัทโจทก์ และมีผลทำให้ผู้บริหารของโจทก์ได้รับค่าตอบแทนพิเศษลดลงด้วย โจทก์และจำเลยจึงได้ทำสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาจ้างและยืนยันสัญญาเดิมตามเอกสารหมาย จ.6 ต่อมาบริษัทเฟิร์ส แปซิฟิค จำกัด เปลี่ยนใจไม่ขายหุ้นของบริษัทอุตสาหกรรมเครื่องแก้วไทย จำกัด โดยจะขายหุ้นของตนในบริษัทโจทก์ จึงมีการทำข้อตกลงแก้ไขสัญญาระหว่างโจทก์และจำเลยเอกสารหมาย จ.7 บริษัทเฟิร์ส แปซิฟิค จำกัด และจำเลยได้มีหนังสือตอบโต้กันเกี่ยวกับการทำสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาจ้างและยืนยันสัญญาเดิมด้วย ตามเอกสารหมาย ล.4 (ตรงกับ จ.6) แผ่นที่ 5 และแผ่นที่ 6 ต่อมาเดือนธันวาคม 2544 ก่อนเปลี่ยนแปลงการควบคุม โจทก์ได้จ่ายเงินค่าตอบแทนการเปลี่ยนแปลงการควบคุม (COC) แก่จำเลยและผู้บริหารอื่น ซึ่งผู้บริหารบางคนเป็นกรรมการของโจทก์ โดยขณะนั้นโจทก์มีกรรมการทั้งหมด 14 คน แต่มีกรรมการเพียง 5 คนที่ได้รับค่าตอบแทนการเปลี่ยนแปลงการควบคุม คือนายประเสริฐ เมฆวัฒนา จำเลย นายสตีเฟ่น อลัน ไวส์แมน นายการณ์ จิตรวิมล และนายพรชัย อธิคมกุลชัย ตามเอกสารหมาย จ.14 และจ.15 โดยไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือภาษีเงินได้ของเงินดังกล่าวทั้งหมด นายพรชัย อธิคมกุลชัย ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจคนหนึ่งยังได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์ในหนังสือความว่า โจทก์เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องภาษีทั้งหมดเกี่ยวกับเงินค่าตอบแทนการเปลี่ยนแปลงการควบคุมที่จำเลยได้รับตามเอกสารหมาย ล.11 นอกจากนี้เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2544 โจทก์และจำเลยได้มีการทำหนังสือตกลงเกี่ยวกับการที่จำเลยจะลาออกจากงาน โดยโจทก์ตกลงโอนรถยนต์บีเอ็มดับบลิว หมายเลขทะเบียน ภร 767 กรุงเทพฯ ให้แก่จำเลย และจำเลยไม่มีสิทธิเรียกร้องใดๆ กับบริษัทต่อไป ตามเอกสารหมาย ล.9 หนังสือดังกล่าวนายพรชัย อธิคมกุลชัย กรรมการผู้มีอำนาจคนหนึ่งของโจทก์เป็นผู้ลงนามและประทับตราสำคัญของโจทก์กระทำการแทนโจทก์ ต่อมาปลายเดือนธันวาคม 2544 บริษัทนครชื่น จำกัด ได้ตกลงซื้อหุ้นของโจทก์จากบริษัทเฟิร์ส แปซิฟิค จำกัด และเข้ามาเป็นผู้บริหาร ได้มีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทโจทก์ ตามหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 5 เมื่อบริษัทนครชื่น จำกัด เข้ามาบริหารบริษัทโจทก์ โจทก์ได้ทำสัญญาจ้างฉบับใหม่กับจำเลยเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2544 ตามสัญญาจ้างเอกสารหมาย ล.19 ต่อมาจำเลยต้องการลาออกจากงาน วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2545 โจทก์และจำเลยจึงได้ทำสัญญาบอกเลิกสัญญาจ้างต่อกัน โดยจำเลยสัญญาจะไม่ติดใจเรียกร้องสิ่งใดจากบริษัทโจทก์ ตามสัญญาว่าจ้างผู้บริหารและโจทก์ยืนยันไม่ติดใจฟ้องร้องหรือเรียกร้องสิ่งใดจากจำเลย เว้นแต่ในการกระทำฉ้อโกงหรือกระทำผิดกฎหมายอาญา และยืนยันจะรับผิดชอบในบรรดาหนี้ภาษีอากรของจำเลยตามสัญญาว่าจ้างผู้บริหารและสัญญาจ้างก่อนหน้านี้ที่สิ้นสุดลงในเดือนธันวาคม 2544 ตามสัญญาบอกเลิกเอกสารหมาย ล.12 โดยนายสมโภชน์ โกสุม กรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์เป็นผู้ลงลายมือชื่อแต่ไม่มีตราสำคัญของโจทก์ประทับ นับตั้งแต่จำเลยเข้าทำงานกับโจทก์ปี 2541 จนถึงโจทก์และจำเลยทำสัญญาบอกเลิกสัญญาจ้างต่อกัน การจ่ายเงินเดือน โบนัส ค่าตอบแทนพิเศษค่าชดเชยตามกฎหมายและเงินชดเชยตามสัญญาจ้าง โจทก์ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย และภาษีเงินได้ของเงินได้บุคคลธรรมดาเอกสารหมาย จ.8 ถึง จ.15 ภายหลังจากที่บริษัทนครชื่น จำกัด เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของโจทก์ โจทก์ได้ชำระเงินภาษีเงินได้ของค่าตอบแทนการเปลี่ยนแปลงการควบคุมที่จำเลยและผู้บริหารชุดเดิมได้รับไปตามเอกสารหมาย จ.15 ให้แก่กรมสรรพากรแล้ว และเรียกเงินคืนจากจำเลยและผู้บริหารดังกล่าว ผู้บริหารทุกคนได้คืนเงินภาษีดังกล่าวให้แก่โจทก์ ตามเอกสารหมาย จ.21 แต่จำเลยไม่ยอมคืน
 
 
 
                  โจทก์อุทธรณ์ประการแรกว่า ตามเอกสารสัญญาว่าจ้างหมาย จ.2 ถึง จ.7 (ที่ ถูก จ.4 ถึงจ.7) หรือเอกสารหมาย ล.2 ถึงล.5 ไม่มีข้อตกลงในเรื่องโจทก์ต้องรับภาระภาษีแทนจำเลยจากการจ่ายค่าตอบแทนการเปลี่ยนแปลงการควบคุมนอกเหนือจากเงินโบนัสเมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าเอกสารหมาย ล.11 เป็นข้อตกลงว่า โจทก์เป็นผู้รับผิดชอบในภาษีให้แก่จำเลยเพียงคนเดียว จึงเป็นการขัดกับเอกสารสัญญาจ้างหมาย จ.2 ถึง จ.7 (ที่ถูก จ.4 ถึง จ.7) หรือเอกสารหมาย ล.2 ถึง ล.5 และศาลแรงงานกลางแปลความตามเอกสารหมาย ล.11 คลาดเคลื่อน แม้จะมีถ้อยคำว่าโจทก์จะต้องรับผิดในเงินภาษีใด ๆ แทนจำเลย แต่ไม่มีผลผูกพันโจทก์เพราะไม่มีข้อตกลงตามสัญญาเอกสารหมาย ล.11 จึงเป็นคำรับที่ไม่มีฐานแห่งข้อสัญญาที่โจทก์จะต้องรับผิดนั้น เห็นว่า สาระสำคัญของสัญญาจ้างเอกสารหมาย จ.4 ข้อ 1 ระบุให้จำเลยดำรงตำแหน่งประธานและเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2541 ข้อ 3 ระบุให้จำเลยได้รับเงินเดือนประจำขั้นต้น 600,000 บาท โดยจำเลยจะต้องชำระภาษีเงินได้ โดยจะมีการประเมินอัตราเงินเดือนดังกล่าวทุกปี ข้อ 4 ระบุให้ลูกจ้างได้รับโบนัสประจำปีตามผลงานข้อ 5 ระบุให้จำเลยมีสิทธิรับเงินชดเชยสูงถึง 200,000 บาท (สุทธิภาษี) ต่อปีในการชำระเงินตามแผนการปลดเกษียณและบำนาญที่จำเลยมีสิทธิได้รับตามความเป็นจริง ข้อ 6 ระบุให้โจทก์จัดหารถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ 320 อี หรือเทียบเท่าพร้อมพนักงานขับรถเพื่อใช้บริการรับส่งจำเลย และข้อ 13 ระบุให้กรณีที่โจทก์ยกเลิกสัญญาหรือมีการเปลี่ยนแปลงการควบคุมบริษัทฯ ตามที่กำหนดตามกฎการจดทะเบียนหลักทรัพย์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยใช้บังคับ จำเลยจะมีสิทธิรับเงินเดือนและโบนัสที่คาดไว้ทันทีตามระยะเวลาการแจ้งยกเลิกสัญญาที่กำหนดไว้ ตามสัญญาจ้างเอกสารหมาย จ.4 ดังกล่าวระบุให้ลูกจ้างต้องชำระภาษีเงินได้ในเงินเดือนประจำเท่านั้น ในส่วนของเงินชดเชยก็ระบุให้ได้รับโดยสุทธิภาษีในส่วนของโบนัสไม่ได้ระบุภาระในการชำระภาษีไว้ ซึ่งต่อมาโจทก์และจำเลยได้มีข้อตกลงการจ่ายโบนัสประจำปีเอกสารหมาย จ.5 ระบุให้เพิ่มเติมข้อ 4 เดิมของสัญญาจ้างเอกสารหมาย จ.4 ให้โจทก์ต้องจ่ายโบนัสประจำปีโดยคำนวณภาษีและหักภาษี ณ ที่จ่ายอื่นๆ ของประเทศไทยจากยอดสุทธิ โดยกำหนดโบนัสขั้นต่ำเป็นเงิน 274,000 ดอลลาร์สหรัฐตามข้อตกลงการจ่ายโบนัสประจำปีเอกสารหมาย จ.5 นี้จึงเป็นการระบุเพิ่มเติมสัญญาเดิมให้จำเลยต้องรับภาระทางภาษีจากโบนัสประจำปี ดังนั้นตามสัญญาจ้างเอกสารหมาย จ.4 และตามข้อตกลงการจ่ายโบนัสประจำปีเอกสารหมาย จ.5 จึงระบุให้จำเลยมีหน้าที่จ่ายภาษีจากเงินเดือนและโบนัส แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2543 โจทก์และจำเลยได้ตกลงทำสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาจ้างและยืนยันสัญญาเดิมเอกสารหมาย จ.6 โดยมีสาระสำคัญให้จำเลยได้รับโบนัสประจำปีในรูปของการปันผลกำไรจากรายได้สุทธิรวมของบริษัท และให้ความหมายของการเปลี่ยนแปลงควบคุมไว้ในข้อ 5 และวันที่ 9 ตุลาคม 2544 โจทก์และจำเลยได้ตกลงทำข้อตกลงแก้ไขสัญญาตามเอกสาร จ. 7 โดยมีสาระสำคัญให้จำเลยมีสิทธิรับเงินเดือนและโบนัสซึ่งขึ้นอยู่กับผลกำไรสุทธิรวมของบริษัทฯ หากมีการยกเลิกการว่าจ้างเรียกว่า “ค่าตอบแทนที่ตกลงไว้” และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการควบคุมหรือบริษัทฯยกเลิกการว่าจ้างหรือยกเลิกสัญญาการว่าจ้าง จำเลยมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนที่สูงกว่ากำหนดไว้เรียกว่า “การชำระเงินตามการเปลี่ยนแปลงการควบคุม” และระบุในสัญญาข้อ 5 ว่า ข้อตกลงนี้ได้ผ่านการหารือและเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทแล้ว โดยเงินตามการเปลี่ยนแปลงการควบคุมนี้มิได้ระบุในข้อตกลงการแก้ไขสัญญาเอกสารหมาย จ.7 ว่า โจทก์หรือจำเลยจะต้องเป็นผู้ชำระภาษี จึงแตกต่างจากโบนัสประจำปีที่ได้ระบุให้จำเลยต้องรับภาระทางภาษีด้วย ซึ่งศาลแรงงานกลางก็ได้ฟังข้อเท็จจริงว่าเงินค่าตอบแทนการเปลี่ยนแปลงการควบคุมตามข้อตกลงการแก้ไขสัญญาเอกสารหมาย จ.7 มิใช่โบนัสประจำปีตามข้อตกลงการจ่ายโบนัสประจำปีเอกสารหมาย จ.5 และนายพรชัย อธิคมกุลชัย กรรมการผู้มีอำนาจคนหนึ่งของโจทก์ได้ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของโจทก์ในหนังสือเอกสารหมาย ล.11 ว่าโจทก์เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องภาษีทั้งหมดเกี่ยวกับเงินค่าตอบแทนการเปลี่ยนการควบคุมที่จำเลยได้รับ จึงเป็นกรณีที่โจทก์และจำเลยได้จัดทำเอกสารหมาย ล.11 เพิ่มเติมเพื่อระบุให้โจทก์ต้องรับภาระทางภาษีแทนจำเลยจากการจ่ายเงินค่าตอบแทนการเปลี่ยนแปลงการควบคุมดังนั้น ที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงต่อมาว่า โจทก์ได้ตกลงเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องภาษีทั้งหมดเกี่ยวกับเงินค่าตอบแทนการเปลี่ยนแปลงการควบคุมที่จำเลได้รับ และที่วินิจฉัยว่าการที่จำเลยมีคำสั่งให้บริษัทรูเบียอินเวสเม้นท์ จำกัด บริษัทในเครือของโจทก์ที่ฮ่องกงชำระเงินเข้าบัญชีของจำเลยที่ต่างประเทศเพื่อจ่ายค่าตอบแทนการเปลี่ยนแปลงการควบคุมจำนวน 123,174,000 บาท โดยไม่ได้สั่งให้หักภาษีเงินได้หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไม่เป็นการปฏิบัติผิดหน้าที่เกี่ยวกับการทำงานและข้อตกลงเกี่ยวกับการทำงาน จึงไม่ได้ขัดกับพยานหลักฐานหรือสัญญาว่าจ้างเอกสารหมาย จ.2 ถึง จ.7 (ที่ถูก จ.4 ถึง จ.7) หรือเอกสารหมาย ล.2 ถึง ล.5 ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ต่อไปว่า ศาลแปลความเอกสารหมาย ล.11 คลาดเคลื่อนโดยเอกสารหมาย ล.11 จะมีผลผูกพันโจทก์ต่อเมื่อสัญญาจ้างเอกสารหมาย จ.4 ถึง จ.7 มีข้อตกลงให้โจทก์เป็นผู้รับผิดชำระภาษีแทนจำเลยนั้น เห็นว่า ตามเอกสารหมาย ล.11 แปลเป็นภาษาไทยว่า “ตามเอกสารแนบท้าย 1 ตามสัญญาว่าจ้างนายเดวิด นิโคล บริษัทเบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องภาษีทั้งหมดเกี่ยวกับเงินค่าตอบแทนการเปลี่ยนแปลงการควบคุมที่นายเดวิด นิโคล ได้รับ” ตามข้อตกลงดังกล่าวเพียงแต่กล่าวอ้างถึงสัญญาจ้างเดิมระหว่างโจทก์กับจำเลยซึ่งตามสัญญาเดิมจะระบุในข้อตกลงการแก้ไขสัญญาเอกสารหมาย จ.7 ที่กำหนดการชำระเงินตามการเปลี่ยนแปลงการควบคุมซึ่งไม่ได้ระบุถึงความรับผิดชอบภาระทางภาษี เอกสารหมาย ล.11 จึงได้ระบุเพิ่มเติมให้โจทก์เป็นผู้รับผิดชอบทางภาษีโดยอ้างถึงสัญญาจ้างเดิมดังกล่าวหาได้มีความหมายไปถึงว่าเอกสารหมาย ล.11 จะมีผลผูกพันโจทก์ต่อเมื่อสัญญาจ้างเดิมต้องมีข้อตกลงให้โจทก์เป็นผู้รับผิดชอบภาระทางภาษีแทนจำเลยไม่ เพราะหากมีสัญญาจ้างเดิมระบุให้โจทก์ต้องรับผิดชอบภาระทางภาษีแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องจัดทำเอกสารหมาย ล.11 ขึ้นอีก ดังนั้นเอกสารหมาย ล.11 จึงมิใช่คำรับที่ไม่มีฐานแห่งข้อสัญญาที่โจทก์จะต้องรับผิดดังที่โจทก์อุทธรณ์แต่ประการใด อุทธรณ์โจทก์ประการแรกนี้ฟังไม่ขึ้น
 
 
 
             โจทก์อุทธรณ์ประการต่อไปว่า ตามพระราชบัญญัติมหาชน พ.ศ.2535 มาตรา 85 ได้กำหนดให้กรรมการต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัท แต่จำเลยกับนายพรชัยซึ่งเป็นกรรมการบริษัทโจทก์ กลับทำสัญญาให้ประโยชน์ซึ่งกันและกันด้วยการลงนามในสัญญาเปลี่ยนแปลงการควบคุม (COC) โดยจำเลยกระทำในนามโจทก์ให้แก่นายพรชัย ส่วนนายพรชัยกระทำในนามโจทก์ให้แก่จำเลยโดยมีพฤติการณ์ในการปกปิดและนำเงินออกจากบัญชีของโจทก์ไปใช้ประโยชน์ในกลุ่มของจำเลยกับนายพรชัย จึงเป็นพฤติการณ์ที่ไม่สุจริต ไม่ระวังรักษาผลประโยชน์ของโจทก์และขัดกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย ทำให้เอกสารหมาย ล.11 ตกเป็นโมฆะ เห็นว่า อุทธรณ์โจทก์ดังกล่าวมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างในคำฟ้อง และจำเลยมิได้ยกเป็นข้อต่อสู้ในคำให้การ โจทก์เพียงแต่กล่าวอ้างในคำแถลงการณ์เปิดคดี จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงานกลางตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
 
 
 
     โจทก์อุทธรณ์ประการต่อไปว่า นายพรชัยไม่อยู่ในฐานะที่จะทำสัญญาหรือนิติกรรมแทนโจทก์ และนายพรชัยได้ยืนยันต่อศาลแรงงานกลางว่า หนังสือการเปลี่ยนแปลงการควบคุมและการลาออกเอกสารหมาย ล.9 ไม่มีผลตามกฎหมายด้วยสิบเนื่องมาจากจำเลยได้หลอกลวงฉ้อฉลและไม่มีข้อตกลงที่จะต้องให้รถยนต์ประจำตำแหน่งแก่จำเลย เห็นว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า นายพรชัยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ได้ตามข้อบังคับของโจทก์ ได้ลงลายมือและประทับตราสำคัญของโจทก์ในเอกสารหมาย ล.9 ให้แก่จำเลย ที่นายพรชัยเบิกความว่าเหตุที่ยินยอมลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญในเอกสารดังกล่าวเนื่องจากจำเลยบอกว่าตามสัญญาจ้างจำเลยมีสิทธิได้รับยนต์ดังกล่าวเมื่อเลิกสัญญาแต่เมื่อเห็นสัญญาจ้างแล้วไม่มีการระบุว่าโจทก์จะต้องมอบหรือโอนรถยนต์ให้แก่จำเลยนั้นคำเบิกความของนายพรชัยขัดแย้งกับเอกสารของโจทก์จึงรับฟังไม่ได้ ดังนั้นอุทธรณ์โจทก์ข้างต้นจึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ต่อไปเป็นประการสุดท้ายว่า เมื่อเอกสารหมาย ล.11 ไม่มีผลผูกพันโจทก์ จำเลยซึ่งเป็นกรรมการบริหารและเป็นผู้จัดการให้มีการจ่ายเงินดังกล่าวจึงมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เมื่อจำเลยไม่หักไว้จึงต้องคืนเงินตามฟ้องแก่โจทก์นั้น เห็นว่า เมื่อปรากฏตามข้อวินิจฉัยอุทธรณ์โจทก์ประการแรกแล้วว่า ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้ทำข้อตกลงฉบับใหม่ตามเอกสารหมาย ล.11 โดยให้โจทก์ต้องรับภาระภาษีจากการจ่ายค่าตอบแทนการเปลี่ยนแปลงการควบคุมของจำเลยแล้ว ดังนี้ อุทธรณ์โจทก์ประการนี้จึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง อุทธรณ์โจทก์สองประการสุดท้ายจึงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานกลางและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยเช่นกัน
 
 
 
                    พิพากษายืน

 




อัพเดท ฎีกาน่าสนใจ

ลักษณะความผิดเดียวกัน แต่ระดับความร้ายแรงแตกต่างกัน นายจ้างพิจารณาลงโทษแตกต่างกันได้ article
ผู้จัดการสาขา เสนอรายชื่อลูกค้าที่ขาดคุณสมบัติทำประกันชีวิต ถือว่าจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย / ผิดร้ายแรง article
หยุดกิจการชั่วคราวตาม มาตรา ๗๕ article
สัญญาจ้างเป็นสัญญาต่างตอบแทน นายจ้างออกค่าใช้จ่ายในการเข้าทดสอบเพื่อรับเกียรติบัตร เมื่อทดสอบผ่านต้องทำงานกับนายจ้าง ๕ ปี บังคับใช้ได้ article
ศาลแรงงานกลางมีอำนาจสั่งรับพยานเอกสารได้ แม้ไม่ได้ส่งสำเนาให้คู่ความอีกฝ่ายก็ตาม article
ประกอบธุรกิจแข่งขัน / ไปทำงานกับนายจ้างอื่น ในลักษณะผิดต่อสัญญาจ้าง เมื่อลูกจ้างได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่นายจ้างตามสัญญาแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะบังคับ / ห้ามทำงานตามเงื่อนไขในสัญญาจ้างอีกต่อไป article
คดีแรงงานเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา แม้คดีอาญายกฟ้อง แต่พฤติกรรมการกระทำผิด เป็นเหตุให้นายจ้างไม่อาจไว้วางใจในการทำงานได้ ถือเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม article
เลิกจ้างเนื่องจากปรับโครงสร้างองค์กร แต่กำหนดรายชื่อไว้ล่วงหน้า ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม article
การหักลบกลบหนี้ หนี้อันเกิดจากสัญญาจ้าง กรณีลูกจ้างกระทำผิดกับสิทธิประโยชน์ที่มีสิทธิได้รับตามสัญญาจ้าง ถือเป็นมูลหนี้อันเป็นวัตถุอย่างเดียวกันหักลบกลบหนี้กันได้ article
เล่นการพนันฉลากกินรวบ เป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน กรณีร้ายแรง article
กรณีไม่ถือเป็นการประกอบธุรกิจแข่งขันหรือไม่ถือว่าทำงานกับนายจ้างใหม่ในลักษณะธุรกิจเดียวกับนายจ้าง article
สัญญาฝึกอบรม นายจ้างกำหนดเบี้ยปรับได้ เป็นสัญญาที่เป็นธรรม article
ค้ำประกันการทำงาน หลักประกันการทำงาน การหักลบกลบหนี้ค่าเสียหายจากการทำงาน article
ใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์แต่ตนเอง เรียกรับเงินจากลูกค้า ถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ article
ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา มาทำงานสายประจำ ถือว่า กระทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่เลิกจ้างได้ โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า article
สหภาพแรงงานทำบันทักข้อตกลงเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างกับนายจ้าง อันส่งผลกระทบต่อสิทธิหน้าที่ของสมาชิก ขัดกับข้อตกลงเดิมและมิได้ขอมติที่ประชุมใหญ่ ข้อตกลงดังกล่าวไม่อาจใช้บังคับได้ article
ขอเกษียณอายุก่อนกำหนดตามประกาศ ถือเป็นการสมัครใจเลิกสัญญาจ้างแรงงานต่อกัน มิใช่การเลิกจ้างหรือการเกษียณอายุ จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชยตามระเบียบกรณีเกษียณอายุ article
สถาบันวิจัยอันเป็นส่วนหนึ่งของกิจการมหาวิทยาลัยถือเป็นหน่วยงานของรัฐ ได้รับยกเว้น ไม่อยู่ภายใต้บังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา ๔ (๑) article
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จากการเลิกจ้างมีอายุความฟ้องร้องได้ภายใน ๑๐ ปี article
ทะเลาะวิวาทเรื่องส่วนตัวไม่ส่งผลกระทบต่อการบังคับบัญชา ไม่เป็นความผิด กรณีร้ายแรง ถือว่ากระทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ article
พี่น้องร่วมบิดา มารดาเดียวกัน มิใช่ทายาทผู้มีสิทธิรับเงินประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ และเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต ตามพระราชบัญญัติ ประกันสังคม มาตรา ๗๓ และมาตรา ๗๗ article
ขับรถเร็วเกินกว่าข้อบังคับกำหนด เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นความผิดกรณีร้ายแรง article
ฝ่าฝืนคำสั่งโยกย้าย เลิกจ้างได้ ถือเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม article
ประกาศใช้ระเบียบใหม่ ไม่ปรากฏว่ามีพนักงานโต้แย้งคัดค้าน ถือว่าทุกคนยินยอมปฏิบัติตามระเบียบ article
เงินค่าตอบแทนพิเศษกับเงินโบนัส มีเงื่อนไขต่างกัน หลักเกณฑ์การจ่ายต่างกัน จึงต้องพิจารณาต่างกัน article
ทายาทผู้มีสิทธิได้รับเงินกองทุนเงินทดแทน article
ค่ารถแทนรถยนต์ประจำตำแหน่ง ไม่ถือเป็นค่าจ้าง และ ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีสะสมให้ถือตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่กำหนดไว้ article
เจรจาให้ลาออก ลูกจ้างไม่ตกลง ขอเวลาตัดสินใจและหยุดงานไป นายจ้างแจ้งให้กลับเข้าทำงานตามปกติ ถือว่านายจ้างยังไม่มีเจตนาเลิกจ้าง article
ละทิ้งหน้าที่ แอบนอนหลับในเวลาทำงาน ถือเป็นเหตุในการเลิกจ้างได้ เลิกจ้างเป็นธรรม article
ลาออกโดยไม่สุจริต ไม่มีผลใช้บังคับ article
ทำความผิดคล้ายคลึงกันแต่ไม่เหมือนกัน พิจารณาลงโทษแตกต่างกันได้ article
ประกอบธุรกิจ บริการ ด่าลูกค้าด้วยถ้อยคำหยาบคาย " ควาย " ถือเป็นการกระทำความผิดกรณีร้ายแรง article
ข้อบังคับ ระบุให้ผู้บังคับบัญชาเหนือกว่ามีอำนาจแก้ไข เพิ่มโทษ หรือลดโทษได้ การยกเลิกคำสั่งลงโทษเดิมและให้ลงโทษใหม่หนักกว่าเดิมจึงสามารถทำได้ article
เลือกปฏิบัติในการลงโทษระเบียบการห้ามใส่ตุ้มหูมาทำงาน บังคับใช้ได้ แต่เลือกปฏิบัติในการลงโทษไม่ได้ article
ลงโทษพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างและเตือนในคราวเดียวกันได้ ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน article
จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย article
ข้อตกลงรับเงินและยินยอมปลดหนี้ให้แก่กัน ถือเป็นการตกลงระงับข้อพิพาทแม้จะทำขึ้นก่อนคำสั่งเลิกจ้างมีผลใช้บังคับ article
ศาลแรงงานมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานที่คู่ความอ้างส่งศาลได้ แม้มิได้ระบุบัญชีพยานไว้ก็ตาม article
สัญญาจ้างห้ามลูกจ้างไปทำงานกับนายจ้างใหม่ที่ประกอบธุรกิจเช่นเดียวกันมีกำหนดเวลา บังคับใช้ได้ article
เลิกจ้างและรับเงินค่าชดเชย ใบรับเงิน ระบุขอสละสิทธิ์เรียกร้องเงินอื่นใดใช้บังคับได้ ลูกจ้างไม่มีสิทธิ์ฟ้องร้องสินจ้างและค่าเสียหายได้อีก article
เกษียณอายุ 60 ปี ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชยนับแต่วันครบกำหนดเกษียณอายุ แม้นายจ้างไม่ได้บอกเลิกจ้างก็ตาม article
ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องและเพิกเฉยไม่ดูแลผลประโยชน์ของนายจ้าง เป็นเหตุให้นายจ้างไม่ไว้วางใจในการทำงานได้เป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม article
ละเลยต่อหน้าที่ ไม่รายงานเคพีไอ นายจ้างตักเตือนแล้ว ถือว่าผิดซ้ำคำเตือน เลิกจ้างได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย article
ทำสัญญาจ้างต่างด้าวทำงานในอาชีพต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว สัญญาจ้างถือเป็นโมฆะ article
ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง article
ศาลมีคำสั่งให้งดสืบพยาน แล้วพิพากษาตามหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน ในขณะที่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทยังมีข้อโต้แย้งกันอยู่ ข้อเท็จจริงยังรับฟังไม่ยุติ ต้องสืบพยานใหม่และพิพากษาใหม่ไปตามรูปคดี article
แม้สัญญาจ้างไม่ได้ระบุระยะเวลาทดลองงานไว้ แต่นายจ้างก็สามารถประเมินผลการทำงานของลูกจ้างได้ article
การควบรวมกิจการ สิทธิและหน้าที่โอนไปเป็นของบริษัทใหม่ การจ่ายเงินสมทบบริษัทใหม่ที่ควบรวมจึงมีสิทธิจ่ายเงินสมทบในอัตราเดิมตามสิทธิ มิใช่ในอัตราบริษัทตั้งใหม่ article
เลิกจ้างรับเงินค่าชดเชยแล้วตกลงสละสิทธิ์จะไม่เรียกร้องผละประโยชน์ใดๆ ถือว่าสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเป็นอันระงับไป article
รับเหมาก่อสร้าง ผู้รับเหมาต้องรับผิดชอบ จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมแทนผู้รับเหมาช่วง หากผู้รับเหมาช่วงไม่นำส่งเงินสมทบตามกฎหมายโดยคำนวณจากอัตราค่าจ้างที่ระบุตามแบบ ( ภ.ง.ด. 50 ) และบัญชีงบดุล article
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานระบุห้ามทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกาย ผู้บังคับบัญชา เพื่อนพนักงาน ทั้งในสถานที่ทำงาน หรือสถานที่อื่นๆ ฝ่าฝืนถือเป็นความผิดกรณีร้ายแรง ใช้บังคับได้ไม่ขัดต่อกฎหมาย article
ไส้ติ่งอักเสบ แพทย์วินิจฉัยให้ผ่าตัด ถือเป็นกรณีฉุกเฉิน เบิกค่ารักษาได้ มีสิทธิรับเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ได้ article
ค่าเช่าที่พัก ค่าใช้จ่ายเดินทางเป็นสวัสดิการไม่ถือเป็นค่าจ้าง article
ค่ารถยนต์ซึ่งกำหนดเป็นสวัสดิการไว้ชัดเจนแยกจากฐานเงินเดือนปกติ ถือเป็นสวัสดิการไม่ใช่ค่าจ้าง article
ละเมิดข้อตกลงสภาพการจ้าง ละเมิดสัญญาจ้าง มีอายุความ 10 ปี มิใช่ 1 ปี article
พฤติกรรมการจ้างที่ถือว่าเป็นการจ้างแรงงาน ถือเป็นลูกจ้าง / นายจ้างตามกฎหมาย article
พนักงานขายรถยนต์ไม่ปฏิบัติหน้าที่ประจำบูธ ตามที่ได้รับมอบหมาย ถือเป็นความผิดกรณีร้ายแรง article
เลือกตั้งคณะกรรมการสหภาพฯ ขัดต่อข้อบังคับสหภาพหรือขัดต่อกฎหมาย ถือว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบ article
ฝ่าฝืนสัญญาจ้าง กรณีห้ามทำการแข่งขันกับนายจ้างหรือทำธุรกิจคล้ายคลึงกับนายจ้างเป็นเวลา 2 ปี นับจากสิ้นสุดสัญญาต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่นายจ้าง article
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระบุให้นายจ้างเลิกจ้างเพราะเหตุคนล้นงาน ปรับลด ขนาดองค์กรได้ ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะเลิกจ้างลูกจ้างได้ article
ข้อบังคับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กรณีตัดสิทธิ์รับเงินสมทบพร้อมผลประโยชน์หากกระทำผิดถูกปลดออกจากงานบังคับใช้ได้ article
ทะเลาะวิวาทกัน นอกเวลางาน นอกบริเวณบริษัทฯ ไม่ถือเป็นความผิดกรณีร้ายแรง article
ฝ่าฝืนไม่ไปตรวจสารเสพติดซ้ำตามคำสั่งและนโยบาย ถือว่าฝ่าฝืน ข้อบังคับ หรือ ระเบียบ กรณีร้ายแรง article
วันหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วน article
เป็นลูกจ้างที่มีอำนาจกระทำการแทนนายจ้างในการจ้างงาน ไม่มีสิทธิได้รับค่าทำงานในวันหยุด และลักทรัพย์เอาต้นไม้ของนายจ้างไป ถือว่ากระทำผิดอาญาแก่นายจ้าง เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย article
ผลการทำงานดีมาโดยตลอดและไม่เคยกระทำผิดมาก่อน แต่ปีสุดท้ายผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน ไม่ถือเป็นเหตุที่จะอ้างในการเลิกจ้าง article
ได้รับบาดเจ็บรายการเดียว เข้ารักษา 2 ครั้ง ถือว่าเป็นการรักษารายการเดียว นายจ้างสำรองจ่ายเพิ่มเติมไม่เกิน 50,000 บาท ไม่ใช่ 200,000 บาท article
ผู้บริหารบริษัท ฯ ถือเป็นลูกจ้างหรือไม่ ดูจาก_________ ? article
ขับรถออกนอกเส้นทาง แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อผู้บังคับบัญชา ถือเป็นความผิดกรณีร้ายแรงและก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้าง นายจ้างหักเงินประกันการทำงานได้ article
ค่าจ้างระหว่างพักงาน เมื่อข้อเท็จจริง ลูกจ้างกระทำความผิดจริง จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างระหว่างพักงาน article
“ นายจ้าง ” ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 5 article
สัญญารักษาความลับ ข้อมูลทางการค้า (ห้ามประกอบหรือรับปฏิบัติงานแข่งขันนายจ้าง) มีกำหนด 2 ปี บังคับใช้ได้ ไม่ขัดต่อกฎหมาย และการกำหนดค่าเสียหาย ถือเป็นเบี้ยปรับตามกฎหมาย ศาลปรับลดได้ตามสมควร article
เงินรางวัลการขายประจำเดือน จ่ายตามเป้าหมายการขาย ที่กำหนดไว้ ไม่ถือเป็นค่าจ้าง article
ค่าโทรศัพท์ เหมาจ่าย ถือเป็นค่าจ้าง article
ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำการ โดยไม่มีเหตุอันสมควร เลิกจ้างเป็นธรรมไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย article
ลาออกมีผลใช้บังคับแล้ว ออกหนังสือเลิกจ้างภายหลังใช้บังคับไม่ได้ article
ตกลงรับเงิน ไม่ติดใจฟ้องร้องอีกถือเป็นการตกลงประนีประนอมกันบังคับได้ ไม่ขัดต่อกฎหมาย
เลิกจ้างระหว่างทดลองงาน ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า article
ข้อตกลงว่า “หากเกิดข้อพิพาทตามสัญญาจ้างแรงงาน ให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย” ไม่เกี่ยวกับสิทธิตามกฎหมายแรงงาน เมื่อเกิดสิทธิตามกฎหมาย ฟ้องศาลแรงงานได้ โดยไม่ต้องให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย article
เลิกจ้างด้วยเหตุอื่น อันมิใช่ความผิดเดิมที่เคยตักเตือน ไม่ใช่เหตุที่จะไม่จ่ายค่าชดเชย เลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย article
นำรถยนต์ไปใช้ในกิจธุระส่วนตัว มีพฤติกรรมคดโกง ไม่ซื่อตรง พฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต ไม่น่าไว้วางใจ ลงโทษปลดออกจากการทำงานได้ article
การกระทำที่กระทบต่อเกียรติ ชื่อเสียงของนายจ้าง และเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แม้กระทำนอกสถานที่ทำงานและนอกเวลางาน ก็ถือว่า ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง article
สัญญาค้ำประกันการทำงานไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ ต้องรับผิดชอบตลอดไป article
ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเลิกจ้างได้ ถือว่าเลิกจ้างเป็นธรรมและความผิดที่ลงโทษแล้วจะนำมาลงโทษอีกไม่ได้ article
ผิดสัญญาจ้างไปทำงานกับคู่แข่ง นายจ้างฟ้องเรียกค่าเสียหายตามสัญญาได้ แต่ค่าเสียหาย เป็นดุลพินิจของศาลจะกำหนด article
จงใจกระทำผิดโดยผิดกฎหมายเป็นเหตุให้นายจ้างเสียหาย ถือว่า กระทำละเมิดต่อนายจ้าง ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น article
ตกลงสละสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหาย ภายหลังเลิกจ้าง ใช้บังคับได้ ไม่เป็นโมฆะ article
ก้าวร้าวไม่ให้ความเคารพผู้บังคับบัญชา ถือว่ากระทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตเลิกจ้างได้ โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า article
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ามิใช่ค่าจ้าง คิดดอกเบี้ยในอัตรา 7. 5 ต่อปี article
ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของนายจ้างในเรื่องส่วนตัวเป็นประจำ ถือว่ากระทำการอันไม่สมแก่กาปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต เลิกจ้างเป็นธรรม article
สั่งให้พนักงานขับรถ ขับรถออกนอกเส้นทางแต่ไม่ได้มีส่วนในการขับรถ ถือว่าผิดต่อสัญญาจ้าง แต่ไม่ต้องรับผิดอันมีผลโดยตรงจากมูลละเมิด ( ขับรถโดยประมาท ) article
จ่ายของสมนาคุณให้ลูกค้า โดยไม่ตรวจสอบบิลให้ถูกต้อง มิใช่ความผิดกรณีร้ายแรงไม่ใช่การทุจริตต่อหน้าที่ แต่ถือว่ากระทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เสร็จลุล่วงไปโดยถูกต้อง และสุจริต เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า article
ฟ้องประเด็นละเมิด กระทำผิดสัญญาจ้าง ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง มีอายุความ 10 ปี article
ตกลงยินยอมให้หักค่าจ้างชำระหนี้ตามสัญญาค้ำประกันเงินกู้ นายจ้างสามารถหักค่าจ้างได้ตามหนังสือยินยอมโดยไม่ต้องฟ้อง article
เงินโบนัสต้องมีสภาพเป็นพนักงานจนถึง ณ วันที่ กำหนดจ่ายเงินโบนัส article
กระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างและประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง article
“ งานโครงการตามมาตรา 118 วรรค 4 ” บริษัทรับเหมาก่อสร้าง ว่าจ้างลูกจ้างทำงานตามโครงการที่รับเหมา ถือว่าจ้างงานในปกติธุรกิจของนายจ้าง มิใช่งานโครงการ article
เงินโบนัสต้องมีสภาพการเป็นพนักงานจนถึงวันกำหนดจ่าย ออกก่อนไม่มีสิทธิได้รับ article
ระเบียบกำหนดจ่ายเงินพิเศษ ( gratuity ) เนื่องจากเกษียณอายุ โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายแตกต่างจากการจ่ายค่าเชย ถือว่านายจ้างยังไม่ได้จ่ายค่าชดเยตามกฎหมาย article
เจรจาให้ลาออก ลูกจ้างขอค่าชดเชย นายจ้างไม่คุยด้วย แต่ยังไม่ได้บอกเลิกจ้างและยังไม่ปรากฎว่านายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างและไม่ให้เข้าทำงานต่อ ยังไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง ( อย่าเข้าใจไปเอง ) ไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชย article
เลิกจ้างเพราะเหตุขาดทุน ปรับโครงสร้างองค์กร ลดอัตรากำลังคนลง ถือเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม article
หนังสือมอบอำนาจปิดอากรไม่ครบขณะฟ้องแต่ก่อนอ้างเอกสารเป็นพยาน ได้ปิดอากรครบถ้วนถือว่าหนังสือมอบอำนาจมีผลบังคับใช้ได้ article
การใช้อำนาจตาม พรบ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 35 ของรัฐมนตรีฯ article
มีหน้าที่ตรวจสอบและนับเงิน เอาเงินส่วนต่างกลับบ้าน โดยไม่แจ้งให้คนอื่นทราบ ถือว่า ฝ่าฝืนข้อบังคับฯ กรณีร้ายแรง และทุจริตต่อหน้าที่ article
บริษัทจำกัด จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แม้จะมีรัฐถือหุ้นเกิน 50 % ก็ไม่ถือเป็นรัฐวิสาหกิจตามผลของกฎหมาย การกระทำละเมิดของพนักงานจึงบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยการละเมิด (เรียกค่าเสียหาย) article
การเรียกค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดต่อนายจ้าง ถือว่า ละเมิดสัญญาจ้างต่อนายจ้างด้วย นายจ้างมีสิทธิฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากมูลละเมิดได้ ภายในอายุความ 10 ปี article
ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง มิได้หมายถึง เฉพาะขณะปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น แต่หมายถึงความประพฤติที่ต้องปฏิบัติโดยทั่วไปด้วย article
นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นโดยมิได้มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหาผลกำไร มิต้องรับผิดค่าชดเชยตาม มาตรา 118 ถึง มาตรา 122 article
คำพิพากษาศาลแรงงานที่มิได้นำพยานหลักฐานที่โจทก์ จำเลย นำสืบในชั้นพิจารณาคดีมาประกอบเพื่อวินิจฉัยว่าโจทก์ผิดหรือไม่ สอบสวนชอบหรือไม่ เป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบด้วย พรบ. จัดตั้งศาลแรงงาน มาตรา 51 article
ข้อตกลงห้ามไปประกอบกิจการหรือเข้าร่วมประกอบกิจการแข่งขันกับนายจ้าง แต่ไม่ห้ามไปเป็นลูกจ้าง ดังนั้น ลูกจ้างจึงสามารถไปทำงานกับบริษัท ฯ อื่น ซึ่งทำธุรกิจแข่งขันกับนายจ้างได้ article
เงินทดแทนกรณีว่างงาน ( ส่งเงินสมทบเดือนที่ 6 ครึ่งเดือน ด้วยเหตุถูกเลิกจ้าง อัตราเงินสมทบที่หักเดือนสุดท้ายไม่น้อยกว่าอัตราขั้นต่ำที่ต้องนำส่ง ถือว่าได้ส่งเงินสมทบครบ 6 เดือนแล้ว มีสิทธิ์ได้เงินทดแทนกรณีว่างงาน ) article
กระทำผิดซ้ำคำเตือน ละทิ้งหน้าที่ ไม่อยู่ในที่ทำงาน กระทำผิดอีก เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เลิกจ้างเป็นธรรม article
ป่วยทุพลภาพ นายจ้างยังคงจ่ายค่าจ้างให้ตามปกติ ถือว่าเป็นค่าจ้างตามพระราชบัญญัติประกันสังคม ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินประโยชน์ทดแทน article
ศาลพิพากษาแล้วให้จ่ายค่าชดเชย ฟ้องใหม่เรียกเงินเพิ่ม กรณีจงใจไม่จ่ายค่าชดเชย ถือว่า ฟ้องซ้อน ฟ้องใหม่ไม่ได้ article
เลิกจ้างด้วยเหตุปรับโครงสร้างการทำงาน ปรับลดพนักงาน แต่ไม่ปรากฏว่าบริษัท ฯ ประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจถือว่า เลิกจ้างไม่เป็นธรรม article
ถูกเลิกจ้างแล้ว ต่อมาเขียนใบลาออกและรับเงินช่วยเหลือจากนายจ้าง ถือว่าได้ตกลงยินยอมยุติเรื่องการเลิกจ้างแล้ว ไม่มีอำนาจฟ้องอีก article
เลิกจ้างหรือลาออกเอง article
ปลอมแปลง แก้ไขใบสั่งยา ถือว่าจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายและเป็นการปลอมแปลงเอกสารเลิกจ้างได้ article
ฝ่ายบุคคลไม่ตรวจสอบประวัติและสัมภาษณ์พนักงานเข้าทำงาน เป็นเหตุให้รับพนักงานที่ขาดคุณสมบัติ (เคยถูกไล่ออก) เข้าทำงานจนมากระทั่งผิดซ้ำอีก ถือว่าฝ่าฝืนข้อบังคับกรณีร้ายแรง และประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง article
ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานและการบริหารภายใน ฝ่าฝืนไม่ยอมโอนย้ายตามคำสั่งเลิกจ้างได้ ถือว่าเลิกจ้างเป็นธรรม article
วันหยุดพักผ่อนประจำปี นายจ้างต้องกำหนดให้ลูกจ้างหยุด เข้าใจเองไม่ได้ และ ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่ไม่ได้มาจากการยื่นข้อเรียกร้อง นายจ้างและลูกจ้างสามารถทำข้อตกลงที่แตกต่างจากข้อบังคับ ฯ ได้ เท่าที่ไม่ขัดต่อ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฯ article
ยุยงส่งเสริมให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่พนักงานเกี่ยวกับการย้ายสถานประกอบการ ถือว่ากระทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต และถือว่าจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย article
เป็นสัญญาจ้างแรงงานหรือไม่ ดูจากลักษณะหรือสภาพการจ้าง การควบคุมบังคับบัญชา มิใช่ดูจากหลักฐานการหักภาษี ณ ที่ จ่าย หรือการส่ง / ไม่ส่งประกันสังคม article
สัญญาค้ำประกันการทำงาน ไม่ระบุระยะเวลาบังคับตามสัญญา ผู้ค้ำมีสิทธิปฏิเสธได้หากความผิดเกิดก่อนวันเข้าทำสัญญา article
ดื่มสุราระหว่างพักรอขนส่งสินค้า ถือว่าฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน กรณีร้ายแรง เลิกจ้างได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย article
รับเงินจากคู่กรณีแล้วไม่นำส่งให้บริษัท ฯ ถือว่า กระทำความผิดกรณีร้ายแรง และทุจริตต่อหน้าที่
ข้อตกลงในสัญญาจ้างระบุห้ามประกอบธุรกิจแข่งขัน หรือทำงานในลักษณะ หรือธุรกิจประเภทเดียวกับนายจ้าง เป็นเวลา 1 ปี นับแต่พ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน ใช้บังคับได้ ฝ่าฝืนต้องชดใช้ค่าเสียหาย article
สั่งการให้คนงานไปทำงานอื่น นอกเหนืออำนาจหน้าที่ ทำให้นายจ้างขาดประโยชน์จากการใช้แรงงาน และสูญเสียค่าจ้าง ถือว่าจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย article
เหตุสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนไม่ได้เกิดจากความผิดของลูกจ้าง ภายหลังเข้าเป็นผู้ประกันตนต่อสิทธิความเป็นผู้ประกันตนให้นับต่อเนื่อง และสิทธิขอรับบริการทางการแพทย์ตาม พรบ.ประกันสังคม ฯ article
การจ่ายค่าจ้าง ค่าทำงานล่วงเวลา สำหรับพนักงานรักษาความปลอดภัย article
เงินจ่ายเพื่อตอบแทนความชอบในการทำงาน เนื่องจากออกจากงานเพราะเกษียณอายุไม่ถือเป็นค่าจ้าง เรียกดอกเบี้ยได้ร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันครบกำหนดทวงถาม และศาลพิพากษาเกินคำขอไม่ได้หากมิใช่เหตุเพื่อความเป็นธรรมแก่คู่ความตาม วิ แรงงานฯ มาตรา 52 article
นัดหยุดงานโดยไม่แจ้งเป็นหนังสือให้คู่กรณีพิพาทอีกฝ่ายและไม่แจ้งพนักงานประนอมข้อพิพาทล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ถือเป็นการหยุดงานไม่ชอบด้วยกฎหมาย และประกาศโจมตีผู้บริหาร เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง รายชื่อโจทก์ทั้งหมดปรากฏตา article
ลูกจ้างตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่นายจ้างถือเป็นการตกลงประนีประนอมยอมความกัน มีผลบังคับใช้ได้ตามนั้น ศาลรับฟังพยานหลักฐานอื่นขัดต่อสัญญาดังกล่าวไม่ได้ ถือว่าวินิจฉัยขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวน article
ปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ กระด้างกระเดื่อง เกลียดชังผู้บริหาร ถือว่าจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง มีเหตุเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างได้ article
มีคำสั่งให้หยุดงาน โดยจ่ายค่าจ้างระหว่างร้องขออนุญาตศาลขอเลิกจ้างได้ และการละทิ้งหน้าที่ ระยะเวลาสั้นๆ โดยไม่มีหน้าที่หรือตำแหน่งสำคัญและไม่ทำให้นายจ้างเสียหาย ไม่ถือเป็นความผิดกรณีร้ายแรง article
เลิกจ้างด้วยวาจา อ้างเหตุในการเลิกจ้างตามมาตรา 119 ปฏิเสธไม่จ่ายค่าชดเชย ในขณะบอกเลิกจ้างด้วยวาจาได้ ไม่ขัดต่อ มาตรา 17 article
สิทธิลูกจ้างรับเหมาค่าแรง ตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน ฯ มาตรา 11/1 article
ฝ่าฝืน คำสั่ง แม้ไม่ใช่งานในหน้าที่แต่นายจ้างสามารถสั่งหรือมอบหมายได้ตามความเหมาะสมไม่ปฏิบัติ ถือว่าขัดคำสั่ง ลงโทษได้ แต่ไม่ถือว่าผิดร้ายแรง ลงโทรโดยการภาคฑัณฑ์ ( ตักเตือน ) article
มาสายเป็นประจำ ถือว่ากระทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า article
ใบรับเงินระบุไม่ติดใจเรียกร้องสิทธิใดๆ จากจำเลยอีกมีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ มีผลผูกพันโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยอีก article
ลาออก ตามโครงการเกษียณก่อนกำหนด เมื่อข้อตกลงหรือโครงการเกษียณก่อนกำหนดมิได้ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติของกฎหมายและมิได้ขัดต่อความสงบเรียบร้อย จึงมีผลบังคับใช้ได้ เมื่อโจทก์ลาออกตามโครงการดังกล่าวจึงถือว่าได้ตกลงระงับสัญญาจ้างต่อกันแล้ว ย่อมมีสิทธิได้รับเ article
ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน (อนุมัติสินเชื่อเกินอำนาจ) แม้ว่าจะถือเป็นความผิดร้ายแรง จำเลยถูกเลิกจ้างเพราะความผิดที่กระทำแล้ว เมื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นมาจากหลายๆ สาเหตุ ประกอบกัน มิใช่เกิดจากจำเลยฝ่าฝืนข้อบังคับฯ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค article
เจ็บป่วยมีลักษณะรุนแรงอันอาจถึงแก่ชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันถ่วงที สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใกล้เคียงได้ โดยมีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลตามความเป็นจริง จากกองทุนเงินทดแทน article
ร้องคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ขอให้รับกลับในขณะเดียวกันไปร้องพนักงานตรวจแรงงาน ให้จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าด้วย ถือว่าลูกจ้างยอมรับการเลิกจ้างแล้ว ไม่มีเหตุที่จะให้รับกลับเข้าทำงานอีก article
ลาพักผ่อนประจำปี นายจ้างไม่อนุมัติหยุดงานไปถือว่าขาดงานละทิ้งหน้าที่ และการลงโทษด้วยการตัดคะแนนตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและเลิกจ้าง ถือเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม article
การโอนย้ายพนักงานไปทำงานกับนายจ้างใหม่ บังคับตาม ปพพ. มาตรา 577 แตกต่างจากการเปลี่ยนแปลงนายจ้างใหม่ ซึ่งบังคับตาม พรบ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 13 เมื่อลูกจ้างยินยอมโอนย้ายไป ถือว่าตกลงยินยอมปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือสภาพการจ้างของนา article
ค่าพาหนะเหมาจ่ายรายเดือน แต่ให้เฉพาะตำแหน่งหากมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหรือลักษณะงานที่ไม่ต้องใช้พาหนะ มีสิทธิ์ยกเลิกเงินได้ ถือเป็นเงินเพิ่มเป็นครั้งคราวตามลักษณะงาน ไม่ถือเป็นค่าจ้าง article
ปรับเปลี่ยนโยกย้ายตำแหน่ง ตามความเหมาะสมไม่ถือเป็นการละเมิดสัญญาจ้าง article
ตกลงรับสภาพหนี้ ชดใช้ค่าเสียหายแก่นายจ้าง นายจ้างสามารถหักชำระค่าเสียหายจากเงินประกันได้ และไม่มีข้อความว่าเมื่อตกลงชำระหนี้แล้วจะไม่เลิกจ้างภายหลัง นายจ้างจึงสามารถเลิกจ้างได้ article
สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายอันเกิดจากการผิดสัญญาจ้าง มีอายุความ 10 ปี article
ขัดคำสั่งไม่เข้าสอบสวน มิใช่ความผิด กรณีร้ายแรงและค่าชดเชยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี article
ข้อยกเว้นกิจการเรือเดินทะเลที่ต้องปฏิบัติตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน ฯ article
แม้มิได้อ้างเหตุผลในการเลิกจ้างไว้ แต่จำเลยสามารถอ้างเหตุผลในการเลิกจ้างในคำให้การ เพื่อต่อสู้คดีในประเด็นค่าเสียหายหรือค่าชดเชยพิเศษได้ การอ้างเหตุตามมาตรา 17 วรรค 3 เป็นข้อยกเว้นเฉพาะเหตุที่จะไม่จ่ายค่าชดเชยตาม มาตรา 118 เท่านั้น article
คดีแรงงานเป็นคดีที่มีลักษณะพิเศษ ต่างจากคดีแพ่งทั่วไป คำให้การจำเลยจะยื่นเป็นหนังสือจะไม่ให้การก็ได้ article
ศาลฎีกาให้ย้อนสำนวน อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลฎีกาที่ถึงที่สุดแล้ว เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย article
สัญญาค้ำประกันการทำงาน ระบุตำแหน่งที่ค้ำประกันไว้ ภายหลังเปลี่ยนแปลงโยกย้ายตำแหน่งใหม่ ผู้ค้ำประกันไม่ต้องร่วมรับผิด จากการกระทำผิดของลูกจ้างในตำแหน่งงานใหม่ article
ค่าเที่ยวที่ได้จากการทำงานในเวลาทำงานปกติถือเป็นค่าจ้าง กรณีมีข้อโต้แย้งกันอยู่ว่า ค่าเที่ยวไม่ถือเป็นค่าจ้างหรือไม่ จึงถือไม่ได้ว่าจงใจหรือเจตนาไม่จ่ายค่าจ้าง article
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งมีผลบังคับใช้กับพนักงานทุกคน มีผลบังคับใช้กับพนักงานที่เข้ามาทำงานภายหลัง ทำข้อตกลงนั้นด้วย พนักงานที่เข้าหลังทำข้อตกลงได้รับสิทธิและประโยชน์ตามข้อตกลงนั้นด้วย article
ใช้เวลางาน อุปกรณ์เครื่องมือ และพนักงานทำธุรกิจส่วนตัว ถือเป็นการเบียดบังเวลาและทรัพย์สินของนายจ้าง เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว ถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่
ไม่ใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ถือเป็นทายาทตาม พระราชบัญญัติประกันสังคม ไม่มีสิทธิ์รับเงินบำเหน็จชราภาพ article
ทำบันทึกสละสิทธิ์ ผลประโยชน์หรือเงินอื่นใด คือเป็นการประนีประนอมยอมความกันแล้ว สิทธิ์เรียกร้องเป็นอันระงับไป article
เปลี่ยนแปลงเวลาการทำงานให้ทำงานเพิ่มขึ้น แต่รวมแล้วไม่เกินจำนวนชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเดิม ไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง article
บอกกล่าวล่วงหน้าในที่ประชุม วันที่ 1 ต.ค. เพื่อแจ้งปิดกิจการในวันที่ 21 ต.ค. ถือว่านายจ้างได้บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมายแล้ว article
นายจ้างกำหนดวันหยุดอื่นแทนวันหยุดตามประเพณีไม่ได้ เมื่อลูกจ้างมาทำงานในวันหยุดตามประเพณี นายจ้างต้องจ่ายค่าแรงและค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้ลูกจ้าง article
ประกาศขายทอดตลาด แจ้งวันนัดให้จำเลยทราบด้วยวิธีการปิดหมาย ถือว่าส่งหมายโดยชอบ article
ไม่เลื่อนขั้นเงินเดือน และปรับค่าจ้างให้ตามสิทธิ ถือว่าโต้แย้งสิทธิแล้วฟ้องศาลได้ article
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่มีอยู่เดิม และไม่ได้ตกลงกันให้คงไว้ตามเดิม มีผลใช้บังคับกับสภาพการจ้างที่มีอยู่เดิม article
เลิกจ้างเพราะเหตุเบิกความเท็จ article
การพิจารณาว่าเลิกจ้างเป็นธรรมหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาเหตุแห่งการเลิกจ้างว่ามีเหตุสมควรเลิกจ้างหรือไม่ ไม่จำต้องพิจารณาว่าการสอบสวนชอบหรือไม่ article
เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานต้องฟ้องภายใน 30 วัน นับแต่วันรับทราบคำสั่ง (วันที่ลงชื่อรับเอกสารทางไปรษณีย์ พนักงานรับแทนถือว่ารับโดยชอบ) article
ประกาศเลิกจ้างจ่ายค่าชดเชยจากฐานค่าจ้างก่อนปรับลดค่าจ้าง ภายหลังยกเลิกประกาศและให้จ่ายค่าชดเชยจากฐานค่าจ้างใหม่ที่ปรับลดไม่ได้ article
ผละงานละทิ้งหน้าที่ไป ครึ่งวัน เพื่อไปร้องพนักงานตรวจแรงงาน เลิกจ้างได้ ถือว่าเลิกจ้างเป็นธรรม article
เปลี่ยนตัวนายจ้าง สั่งให้โอนย้ายไปทำงานบริษัทฯในเครือ พนักงานไม่ยอมไปจึงเลิกจ้างถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม article
ทำบันทึกการเจรจา หลังถูกเลิกจ้าง ระบุว่า “หากนายจ้างจ่ายค่าชดเชยและค่าบอกกล่าวล่วงหน้าครบถ้วนแล้ว ลูกจ้างตกลงว่า article
ฝ่าฝืนคำสั่งกรณีไม่ร้ายแรง จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย article
กิจการมิได้แสวงหาผลกำไร ยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแต่ไม่ได้ยกเว้นเรื่องค่าเสียหาย article
มีเหตุต้องย้ายสถานประกอบการ แต่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างใช้สิทธิเลือกว่าจะย้ายตามหรือไม่กลับมีคำสั่งเลิกจ้างแทนโดยว่าจ้างบริษัทรับเหมาค่าแรงรับช่วงต่อหาคนงานใหม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม article
ให้ข้อมูลทางธุรกิจกับบริษัทฯ คู่แข่งทางการค้า ถือว่าผิดร้ายแรง article
ทำสัญญาจ้างภายหลัง และตกลงเหมาจ่ายค่าล่วงเวลา อัตราไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด article
ลาออกล่วงหน้า อนุมัติเรียบร้อยแล้ว ก่อนถึงวันลาออกมีผล นายจ้างเลิกจ้างก่อนถือว่าเป็นเพียงการแสดงเจตนาให้การลาออกมีผลก่อนกำหนด กรณีถือว่าเป็นการลาออกมิใช่การเลิกจ้าง article
ค่านายหน้าจากการยึดรถคิดอัตราคันละ 10,000 บาท ถือเป็นค่าจ้าง ผิดนัดต้องเรียกดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี และคดีแรงงานมิใช่คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลแรงงานไม่จำต้องถือตามข้อเท็จจริงในคดีอาญา article
ปรับลูกจ้างรายวันเป็นรายเดือน เมื่อมิได้ตกลงปรับค่าจ้างและมิได้กำหนดหลักเกณฑ์การปรับ นายจ้างใช้ค่าจ้างรายวัน x ด้วย 26 วัน จึงชอบด้วยกฎหมาย article
แม้นายจ้างจ่ายเงินค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานแล้ว ยังสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ article
เลิกจ้างเนื่องจากปรับโครงสร้างการทำ งาน ลดจำนวนพนักงาน เพื่อให้ได้ผลกำไรเพิ่มขึ้นมิใช่เหตุขาดทุน เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม article
ค่าเที่ยว จ่ายแน่นอนคำนวณตามระยะทางโดยมิได้ระบุว่าเป็นค่าตอบแทนการทำงานเกินเวลาทำงานปกติ ถือเป็นค่าจ้าง article
เลิกจ้างต้องระบุเหตุเลิกจ้างตามมาตรา 119 และแจ้งให้ลูกจ้างรับทราบ ณ ขณะเลิกจ้างหากไม่ระบุจะยกขึ้นกล่าวอ้างภายหลังไม่ได้ article
ศาลแรงงานมีคำสั่งหรือพิพากษาเกินคำขอได้ หากเห็นสมควรเพื่อความเป็นธรรมแก่คู่ความ
ไม่ให้ความร่วมมือในการบริหารจัดการ เป็นการกระทำอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า เป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม article
ค่าครองชีพถือเป็นค่าจ้าง ต้องนำมารวมคำนวณกับเงินเดือน เพื่อคำนวณค่าทำงานล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุด article
เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์วิธีการจ่ายเงินค่าตอบแทน ค่าทำงานล่วงเวลา ไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างในทางที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง นายจ้างทำได้ article
เบี้ยเลี้ยงจ่ายทุกวันตามวันที่มาทำงานถือเป็นค่าจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 5 ต้องนำมาคำนวณในการหักประกันสังคม article
ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากลูกจ้างเกี่ยวกับมูลละเมิดภายหลังฟ้องลูกจ้างต่อศาลแรงงานให้รับผิดตามสัญญาจ้าง ไม่ใช่การฟ้องซ้ำ article
เกษียณอายุระบุจ่ายเงินชดเชยพิเศษเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับ / โดยมิได้ระบุว่า “ค่าจ้าง” จึงหมายถึงเฉพาะเงินเดือนไม่รวมเงินได้อย่างอื่น article
ขออนุญาตยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานกลาง ศาลมีอำนาจสั่งรับฟ้องหรือไม่รับได้เป็นดุลพินิจของศาล article
"ค่าเที่ยว" จ่ายตามระยะทางแน่นอน ถือเป็นค่าจ้างพนักงานมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนการทำงาน สำหรับเวลาที่ทำงานเกินโดย คำนวณจากค่าเที่ยวบวกเงินเดือน article
รับเงินเกินสิทธิ์ ลูกจ้างรับเงินกองทุนจากการเจรจาไกล่เกลี่ยโดยกองทุนมิได้หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งเมื่อกองทุนจ่ายเงินให้สรรพากรแทนกองทุนจึงมีสิทธิ์ฟ้องเรียกคืนจากลูกจ้างได้ article
นิติสัมพันธ์ความเป็นนายจ้าง ลูกจ้าง article
พรบ.ประกันสังคม ม.56) ขอรับเงินประโยชน์ทดแทน กรณีชราภาพเกิน 1 ปี นับแต่วันมีสิทธิ์ได้ article
ถีบประตูโรงงานมิใช่ความผิดร้ายแรง ไม่ถือเป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย เป็นเพียงกระทำการอันไม่เหมาะสม เลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย article
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เกี่ยวกับโบนัส มีผลใช้บังคับกับพนักงานที่เข้างานในภายหลังได้และตกลงจ่ายโบนัสโดยไม่มีเงื่อนไข นายจ้างจึงต้องรับผิดชอบจ่ายโบนัสตามข้อตกลง article
ขัดคำสั่ง / ประกาศเกี่ยวกับการบันทึกการทำงาน พนักงานรับทราบแต่ไม่ปฏิบัติตามถือว่าจงใจขัดคำสั่ง เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า article
ลาออกเองโดยสมัครใจมิใช่บังคับข่มขู่ ไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง article
ขาดงานละทิ้งหน้าที่ มิใช่เพราะเหตุเปลี่ยนแปลงโยกย้ายหน้าที่ไม่มาปฏิบัติงานโดยไม่มีเหตุอันสมควรเลิกจ้างได้ article
ทุจริตต่อหน้าที่ , เลิกจ้างแล้ว , มาทำงานต่อไม่มีสิทธิได้ค่าจ้าง article
อุทธรณ์ข้อเท็จจริง การลงโทษลดขึ้นเงินเดือน article
เลิกจ้างตามพรบ.คุ้มครองแรงงาน ม.118 ต้องเป็นกรณีนายจ้างไม่ให้เข้าทำงานและไม่จ่ายค่าจ้างโดยเด็ดขาดการห้ามมิให้เข้าโรงงานแต่ให้นั่งรอยังไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง article
การคำนวณสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า article
นายจ้างจ่ายเงินเดือนขาด หักค่าจ้างของพนักงานคนอื่นมาเป็นของตนเองโดยพลการ ถือเป็นการกระทำอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้เสร็จลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต article
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับกับพนักงานทุกคนตามพรบ.แรงงานสัมพันธ์ ม.19 เมื่อสหภาพแรงงานมีสมาชิกเกินกว่าสองในสามของจำนวนลูกจ้างทั้งหมด article
เงินค่าชดเชยและเงินรีไทม์เมนต์ เนื่องจากเกษียณอายุ article
เงินบำเหน็จชราภาพ ทายาทผู้มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ ตามพรบ.ประกันสังคม ม.77 จัตวา article
กรรมการลูกจ้าง ไม่ยินยอมปรับเปลี่ยนค่าจ้างจากรายชั่วโมงเป็นรายเดือน ถือว่าขัดคำสั่ง/นโยบาย มีเหตุเลิกจ้างได้ article
ลูกจ้างร้านเสริมสวย article
กระทำความผิดซ้ำคำเตือน article
เปลี่ยนแปลงผู้รับผลประโยชน์กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ - บุตรนอกกฎหมายมีสิทธิรับผลประโยชน์กองทุนฯ article
ฟ้องเพิกถอนคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ กรส ต้องเป็นกรณีคำสั่งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย article
ทำงานไม่ครบ 12 เดือน ใช้สิทธิประกันตนตามมาตรา 39 ไม่ได้ /ประกันสังคมรับเงินตามมาตรา 39ไว้ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย article
คณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์แต่งตั้งประธานคณะกรรมการมีผลบังคับใช้ได้
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระบุเวลาพักย่อยแต่ไม่ระบุสถานที่นั่งพัก นายจ้างสามารถกำหนดสถานที่พักได้ตามความเหมาะสม article
ปิดกิจการมีคำสั่งให้ไปปฏิบัติงานบริษัทในเครือลูกจ้างมีสิทธิไม่ไปได้ article
อุทธรณ์ข้อเท็จจริง + รับเหมาขนขยะรู้เห็นเป็นใจจงใจหรือประมาทหรือไม่ article
อุทธรณ์ข้อเท็จจริง + แก้ไขรายการซื้อสินค้า article
สัญญาส่งฝึกอบรม เมื่ออบรมเสร็จกลับมาทำงานทดแทนภายในกำหนด หากไม่ครบกำหนด เรียกค่าเสียหาย + เบี้ยปรับได้ แต่ค่าเสียหายบังคับได้เท่าที่เป็นธรรมและสมควรแก่กรณี article
สัญญาค้ำประกันการทำงาน มีผลบังคับใช้ได้หากเป็นเงื่อนไขทั่วไปตามสัญญาค้ำประกัน ไม่มีข้อตกลงที่ให้ผู้ค้ำต้องรับภาระเกินกว่าที่วิญญูชนจะพึงคาดหมายได้ตามปกติเป็นสัญญาที่เป็นธรรม article
พนักงานลากิจแต่นายจ้างยังไม่อนุมัติตามระเบียบ พนักงานหยุดงานไปถือว่าขาดงานละทิ้งหน้าที่ article
ศาลฟังข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วน ย้อนสำนวนให้ศาลฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติม article
ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ย่อมมีผลผูกพันโจทก์ จำเลย อุทธรณ์ไม่ได้ article
เงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างส่วนเงินสมทบ มิใช่เงินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ตกลงกันได้มีผลบังคับใช้ article
เงื่อนไขสัญญาจ้างเกี่ยวกับค่าน้ำมันรถ article
การนำส่งเงินเข้าบัญชีบริษัท ฯ ล่าช้า ยังถือไม่ได้ว่ามีเจตนาทุจริต เบียดบัง ยักยอกเงิน ศาลพิพากษาเกินคำขอโดยอาศัยอำนาจมาตรา 52 ย่อมทำได้ตามกฎหมาย article
ข้อตกลงหลังมีคำพิพากษา หากผิดนัดตามข้อตกลง โจทก์สามารถบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิมได้ article
ใช้ทรัพย์สินบริษัท ฯ เพื่อประโยชน์ส่วนตัว เคยว่ากล่าวในที่ประชุมยังกระทำผิดอีก ถือว่าละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งนายจ้างเป็นอาจิณเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า เลิกจ้างเป็นธรรม article
ลาออกเอง อ้างถูกข่มขู่จะแจ้งความดำเนินคดีจึงยอมไม่ได้
พบทรัพย์สินบริษัทในล๊อกเกอร์ เลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างฯ
วางเงินตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน ที่ สำนักงานคุ้มครองแรงงานให้พนักงานมารับ ถือว่าคำสั่งถึงที่สุด ฟ้องเพิกถอนไม่ได้ article
อุทธรณ์และวางเงินชำระหนี้ คดียังไม่ยุติ ยังต้องรับผิดเรื่องดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จ + คดีถึงที่สุด article
ถูกไล่ออกจากการเป็นพนักงาน ไม่มีสิทธิได้รับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ(เงินสมทบ พร้อมผลประโยชน์) article
ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานของครูไม่มีผลย้อนหลัง article
เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ สิทธิรับบริการทางการแพทย์เพราะเกิดอุบัติเหตุ (ฉุกเฉินโรงพยาบาลแรกเบิกได้ ย้ายใหม่ต้องเข้าโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ไปที่อื่นเบิกไม่ได้) article
แปลงสภาพการสื่อสารแห่งประเทศไทยเป็น 2 บริษัท ฯ ทั้งสองบริษัท ฯ ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย ร้องสอดเข้าเป็นคู่ความในคดีได้ article
รับประทานอาหารในพื้นที่ต้องห้าม เลิกจ้างเป็นธรรมจ่ายค่าชดเชย article
มีสวัสดิการกองทุนสหภาพ ฯ บังคับให้กรรมการสหภาพจ่ายเงินกองทุนสหภาพได้ article
โครงการออกก่อนกำหนด “โครงการทางเลือกใหม่” กำหนดเงื่อนไขไว้ไม่ขัดต่อกฎหมายใช้บังคับได้ article
ทุจริตต่อหน้าที่ , เลิกจ้าง , กลับมาทำงานไม่มีสิทธิได้ค่าจ้าง article
อนุมัติสินเชื่อภายในวงเงิน แม้ภายหลังเป็นหนี้เสียไม่ถือว่ากระทำผิดต่อโจทก์ article
ลาป่วยบ่อย ขัดคำสั่ง หลับประจำ article
กำหนดค่าเสียหายผิดพลาดต้องแก้ไขใหม่ตามจริง article
กระทำความผิดซ้ำคำเตือน นายจ้างมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่ากระทำความผิดซ้ำคำเตือนจะลงโทษตามข้อบังคับ ต่อมาเลิกจ้างด้วยเหตุดังกล่าวได้ article
โยกย้ายไม่ไป เตือนแล้วไม่ไปอีก เลิกจ้างได้ถือว่าขาดงานละทิ้งหน้าที่ article
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ตกลงจ่ายค่าชดเชยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดบังคับใช้ได้ article
ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญาจ้างภายใน 10 ปี นับจากวันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ article
มีอำนาจลงลายมือชื่อในเช็ค ไม่ตรวจสอบการเขียนรายละเอียดในเช็ค รู้เห็นเป็นใจและเป็นเหตุให้มีการทุจริต เป็นกระทำความผิดร้ายแรง article
กระทำความผิดให้เลือกจะเลิกจ้างหรือลาออกเองได้ article
ค่าชดเชยจากการเลิกจ้าง สามแสนบาทแรกได้รับยกเว้นภาษี / ไม่ต้องหัก ณ ที่จ่าย article
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน กำหนดมาตรฐานลงโทษไว้ ขาดงาน 1 วัน ไม่ถึงขั้นเลิกจ้าง article
ขาดงานละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงาน มีใบรับรองแพทย์ ถือว่ามีเหตุอันสมควร article
ตกลงจ่ายค่าชดเชย และลาออกเอง ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชย article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

บริษัท กฎหมายปาระมี จำกัด

เลขที่ 511/4 ถนนประชาอุทิศ 117/1 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร (10140)

โทร/Tel : 02 - 8159522, แฟกซ์/Fax : 02 - 8159523, มือถือ/Mobile : 081 - 7936156

อีเมล/E-mail : sawai.prm@gmail.com, เว็บไซต์/Web : www.parameelaw.com