ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ชมรมบริหารงานบุคคล
dot
bulletสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย
bulletชมรมบริหารงานบุคคล
bulletชมรมบริหารงานบุคคล อยุธยา
bulletชมรมบริหารงานบุคคลรังสิต
bulletชมรมผู้บริหารงานบุคคล อมตะนคร
bulletสมาคมการบริหารงานบุคคล (PAAs)
bulletชมรมบริหารงานบุคคลบางพลี
bulletชมรมนักบริหารงานบุคคลพัทยา
bulletชมรมบริหารงานบุคคลยุคใหม่
bulletชมรมผู้บริหารงานบุคคลจังหวัดราชบุรี
bulletงานบริหารงานบุคคล
bulletชมรมงานบริหารงานบุคคลกรุงเทพฯ
bulletชมรมบริหารงานบุคลสุขสวัสดิ์
dot
ติดต่อราชการศาล
dot
bulletศาลแรงงานกลาง
bulletศาลแรงงานภาค ๒
bulletศาลยุติธรรม
bulletศาลปกครอง
bulletศาลรัฐธรมนูญ
bulletสำนักงานอัยการสูงสุด
bulletกระทรวงยุติธรรม
bulletคณะกรรมการกฤษฎีกา
bulletกรมบังคับคดี
bulletสภาทนายความ
dot
หน่วยงานราชการสำคัญ
dot
bulletกระทรวงแรงงาน
bulletกรมการจัดหางาน
bulletกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
bulletกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletกรมสรรพากร
bulletกรมบัญชีกลาง
bulletกรมพัฒนาธุรกิจกาค้า
bulletกระทรวงอุตสาหกรรม
bulletกรมโรงงานอุตสาหกรรม
bulletกรมส่งเสริมอุตสาหรม
bulletการนิคมอุตสาหกรรม
dot
ลิ้งค์เพื่อนบ้าน
dot
bulletสมบัติลีกัล
bulletเอกเซลสำหรับงาน HR โดย อ.สำเริง
bulletบทความดี ๆ จากโกป้อม
dot
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
dot
dot
Newsletter

dot


พยากรณ์อากาศวันนี้
..................................


ราคาน้ำมันวันนี้
..................................



ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน กำหนดมาตรฐานลงโทษไว้ ขาดงาน 1 วัน ไม่ถึงขั้นเลิกจ้าง article

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 549/2551
 
เรื่อง     ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน กำหนด การลาป่วยเท็จถือเป็นการขาดงาน
ลูกจ้างไม่ได้รับค่าจ้างในวันดังกล่าวและถูกลงโทษทางวินัย แต่มาตรฐานการลงโทษกรณีขาดงาน 1 วัน ไม่ถึงเลิกจ้าง
 
 
          โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2540  จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงาน ครั้งสุดท้ายตำแหน่ง
หัวหน้าฝ่ายควบคุมคุณภาพได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 16,400 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวัน
สิ้นเดือน  ต่อมาวันที่  7  มีนาคม  2546  จำเลยเลิกจ้างโจทก์      โดยโจทก์ไม่ได้กระทำผิดและไม่ได้
บอกกล่าวล่วงหน้าอันเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม กับจำเลยไม่ยอมจ่ายค่าครองชีพและปรับค่าจ้าง
ให้โจทก์ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ที่จำเลยไม่จ่ายค่าชดเชยค่าครองชีพและปรับค่าจ้างนั้น
เป็นการจงใจไม่จ่ายโดยปราศจากเหตุอันสมควร     ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย   98,400  บาท
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า  28,973  บาท   ค่าครองชีพ  38,900 บาท  และให้ปรับค่าจ้างแก่
โจทก์เดือนละ   550 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2543  ถึงเดือนมกราคม 2546 รวมเป็นเงิน 19,800
บาท  พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ  15 ต่อปี   ของต้นเงินค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วง
หน้านับแต่วันเลิกจ้าง   ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี  ของต้นเงินค่าครองชีพและเงินปรับค่าจ้างเงิน
เพิ่มร้อยละ   15 ของค่าครองชีพและการปรับค่าจ้างทุกระยะ 7 วัน   บแต่วันถึงกำหนดชำระแต่ละงวด
และเงินเพิ่มร้อยละ 15 ของค่าชดเชยทุกระยะ  7 วัน   จนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์กับให้จำเลยรับโจทก์
กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม    พร้อมค่าเสียหายเดือนละ  16,400  บาท 
นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่ารับโจทก์กลับเข้าทำงานหรือจ่ายเสียหาย 150,000   บาท       พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์
 
 
                                จำเลยให้การว่า     จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากเมื่อวันที่  28  กุมภาพันธ์ 2546 
ซึ่งเป็นวันทำงานโจทก์ลาป่วยเท็จ    ความจริงโจทก์เดินทางไปทำธุระอื่นที่ศาลแรงงานกลาง จึงเป็น
การทุจริตต่อหน้าที่   กระทำผิดอาญาโดยเจตนาต่อนายจ้าง  กระทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่
ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต และถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม โจทก์เป็นพนักงาน
ระดับหัวหน้างาน    จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าครองชีพและปรับค่าจ้างประจำปีตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพ
การจ้าง ขอให้ยกฟ้อง
 
 
                                คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงว่า เมื่อปี 2536 จำเลยกับผู้แทนลูกจ้างของจำเลยได้
จัดทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง   ต่อมาได้จัดตั้งสหภาพแรงงานและมีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับ
สภาพการจ้างขึ้น 3 ฉบับ  คือฉบับปี  2539  ฉบับปี  2542 และฉบับปี 2545 พนักงานของจำเลยแบ่ง
เป็น 2 ประเภทคือ   พนักงานทั่วไปทำหน้าที่ผลิตในสายการผลิตกับพนักงานระดับผู้บังคับบัญชาและ
เจ้าหน้าที่ รายละเอียดตามเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.3  และ ล.1 ล.2 ปี 2542 ถึงปี 2545   โจทก์ได้รับ
การปรับค่าจ้าง  1,480  บาท  825  บาท  575 บาท        และไม่ปรับตามลำดับ  โจทก์มีสิทธิได้รับค่า
ครองชีพ   เมื่อวันที่  28  กุมภาพันธ์ 2546    โจทก์หยุดงานโดยไม่ได้ยื่นใบลาเพื่อมาติดต่อกับนิติกร
ศาลแรงงานกลางเกี่ยวกับการฟ้องเรียกร้องตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง      ซึ่งนายสงกรานต์
ถาวรชาติ  ผู้จัดการฝ่ายบุคคลของจำเลยพบโจทก์ในวันดังกล่าว     จำเลยจ่ายค่าจ้างเข้าบัญชีโจทก์
ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2546   ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานการลาป่วยเท็จถือเป็นการ
ขาดงาน  ลูกจ้างไม่ได้รับค่าจ้างในวันดังกล่าวและถูกลงโทษทางวินัย แต่มาตรฐานการลงโทษกรณี
ขาดงาน 1 วัน ไม่ถึงเลิกจ้าง
 
 
                                ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า   จำเลยหยุดงานในวันที่ 28 กุมภาพันธ์
2546  โดยไม่ยื่นใบลา เป็นการขาดงานโดยละทิ้งหน้าที่    เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการ
ทำงาน จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า แต่การขาดงานมีโทษตามระเบียบข้อ
บังคับเกี่ยวกับการทำงานไม่ถึงเลิกจ้าง    และถือไม่ได้ว่าเป็นการทุจริตต่อหน้าที่      จำเลยจึงต้องจ่าย
ค่าชดเชย ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม  โจทก์และจำเลยมีความขัดแย้งในการทำงาน โจทก์ไม่ใช่
พนักงานทั่วไป   ไม่มีสิทธิได้รับการปรับค่าจ้างตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างปี  2536  จำเลยไม่
ได้จ่ายค่าครองชีพให้โจทก์      ค่าครองชีพจ่ายเป็นประจำเท่ากันทุกเดือนจึงเป็นการจ่ายตอบแทนการ
ทำงานในระยะเวลาทำงานปกติ   จำเลยจึงต้องรับผิดในดอกเบี้ยอัตราร้อยละ  15  ต่อปี  กำหนดให้นับ
แต่วันฟ้องศาลไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาท             ในส่วนเงินเพิ่มเนื่องจากจำเลยจงใจไม่จ่ายโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร  ไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้ง    จึงไม่เป็นประเด็นที่ต้องวินิจฉัยแล้วพิพากษา
ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย  98,400  บาท  ค่าครองชีพ  38,900 บาท  พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อ
ปี นับแต่วันที่  7  มีนาคม  2546     สำหรับค่าชดเชยและวันฟ้อง  (วันที่  9  เมษายน  2546)     สำหรับ
ค่าครองชีพและจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม   98,400  บาท       พร้อมดอกเบี้ยอัตรา
ร้อยละ 7.5 ต่อปี  นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
 
 
                                โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
 
 
                                ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว       ที่จำเลยอุทธรณ์ใน
ข้อ   3 (1)        ว่ามีข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่จำเลยใช้เป็นเหตุเลิกจ้างโจทก์ตามหนังสือเลิกจ้างที่
ศาลแรงงานกลางยังไม่ได้พิจารณา      การที่ศาลแรงงานกลางสั่งงดสืบพยานเป็นกระบวนพิจารณาที่
ไม่ชอบนั้น     เห็นว่าตามหนังสือเลิกจ้างเอกสารหมาย  จ.3      ระบุเหตุเลิกจ้างว่าโจทก์ลาป่วยเท็จ
ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเอกสารหมาย   ล.2   หมวด  7          วันลาและหลักเกณฑ์
การลา  ข้อ   7.1   การลาป่วย   ข้อย่อย     7.1.2        วิธีการปฏิบัติในการลาป่วยที่เจ็บป่วยไม่สามารถ
มาทำงานได้   (4)    กรณีที่จำเลยพิสูจน์ได้ว่าการลาป่วยเป็นเท็จจำเลยถือว่าเป็นการขาดงาน     และ
ตามข้อ  7.10    การขาดงานโดยมิได้ลาอย่างถูกต้อง     ข้อย่อย 7.10.1      การขาดงานหมายถึงการ
หยุดงานโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่แจ้งให้จำเลยทราบ       ดังนั้น     การลาป่วยเป็นเท็จและการหยุด
งานโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่แจ้งให้จำเลยทราบ   จึงเป็นการขาดงานที่มีโทษทางวินัยเช่นเดียวกัน
ตามข้อย่อย      7.10.1  การที่ศาลแรงงานกลางสอบข้อเท็จจริงแล้วโจทก์แถลงว่าโจทก์หยุดงานโดย
ไม่ยื่นใบลา   (ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่  6  มิถุนายน  2546)    ซึ่งเป็นกรณีโจทก์หยุดงาน
โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่แจ้งให้จำเลยทราบ   อันเป็นการขาดงานนั้น      จึงไม่มีเหตุที่ศาลแรงงาน
กลางต้องสืบพยานเพิ่มเติมอีก ศาลแรงงานกลางสั่งงดสืบพยานชอบแล้ว
 
 
                                มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยข้อ 3 (3)     ว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์
เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่   เห็นว่า    โจทก์จำเลยแถลงรับข้อเท็จจริงว่า     โจทก์หยุดงาน
โดยไม่ไม่ยื่นใบลาในวันที่       28    กุมภาพันธ์  2546    เป็นเวลา  1  วัน   มาตรฐานการลงโทษกรณี
ขาดงาน  1 วัน   ไม่ถึงเลิกจ้าง       ปรากฏว่าการที่จำเลยหยุดงานโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่แจ้งให้
จำเลยทราบเป็นการขาดงานตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเอกสารหมาย     ล.2      หมวด
7 วันลาและหลักเกณฑ์การลา  ข้อ 7.10  การขาดงานโดยมิได้ลาอย่างถูกต้อง    ข้อย่อย 7.10.1 ซึ่ง
ตามหมวด  9  วินัยและโทษทางวินัย  ข้อ 9.5   การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าเสียหายใด ๆ
ไม่ได้กำหนดให้การขาดงาน   1    วัน        มีโทษถึงเลิกจ้างจำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการ
เลิกจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควร  เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน
และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน  พ.ศ.  2522  มาตรา 49  จำเลยจึงต้องจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่
ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์
 
 
 
                                มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยข้อ  3  (5)      ว่าจำเลยต้องเสียดอกเบี้ย
ในค่าชดเชยและค่าครองชีพในอัตราใด    เห็นว่า    ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ค่าครองชีพที่
จำเลยต้องจ่ายแก่โจทก์นั้นมีการจ่ายเป็นประจำเท่ากันทุกเดือน มีลักษณะการจ่ายทำนองเดียวกันกับ
ค่าจ้าง   แล้ววินิจฉัยว่า ค่าครองชีพเป็นเงินที่จ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานสำหรับระยะเวลาการ
ทำงานปกติ  จึงเป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางเห็นว่า      ค่าครองชีพนั้นเป็นค่าจ้างตามพระราชบัญญัติ
คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2521 มาตรา 5  และตามมาตรา  9  วรรคหนึ่ง    บัญญัติว่าในกรณีนายจ้างไม่
จ่ายค่าจ้างหรือค่าชดเชย ให้นายจ้างเสียดอกเบี้ยให้แก่ลูกจ้างในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละ  15   ต่อ
ปี เมื่อศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและค่าครองชีพ         โดยกำหนดให้จำเลย
เสียดอกเบี้ยในค่าชดเชยและค่าครองชีพในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราร้อยละ   15   ต่อปี     จึงชอบ
แล้ว อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น
 
 
 
                                มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อ   2.1  ว่า   จำเลยต้องจ่ายสินจ้างแทน
การบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเอกสารหมาย
ล.2 ข้อ 7.2.2    ระบุวิธีปฏิบัติในการขออนุมัติลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นให้ยื่นใบลาขออนุมัติต่อผู้บังคับ
บัญชาล่วงหน้าอย่างน้อย  1 วันทำงาน   เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงจะหยุดงานได้ หากเป็นกรณีฉุกเฉินที่
ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้   ให้พนักงานรีบแจ้งจำเลยหรือผู้บังคับบัญชาทราบโดยทันทีหรือภายในเวลา
ไม่เกิน 3  ชั่วโมง  นับจากเวลาที่ทราบเหตุฉุกเฉิน และให้ยื่นใบลาพร้อมหลักฐานหรือแสดงเหตุผลอัน
สมควรต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อขออนุญาตลากิจในวันแรกทันทีที่กลับเข้าทำงาน     มิฉะนั้นจะถือว่าขาดงานและถูกพิจารณาลงโทษทางวินัย    และในข้อ  7.10   ระบุให้การขาดงานหมายถึงการไม่มีเหตุอันสมควรพนักงานจะถูกลงโทษทางวินัย   การที่โจทก์ไปติดต่อนิติกรศาลแรงานในวันที่  28  กุมภาพันธ์ 
2546               โดยไม่ลาให้ถูกต้องตามวิธีปฏิบัติในการขออนุมัติลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นตามระเบียบ
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานดังกล่าว จึงเป็นการละทิ้งการงานไป ซึ่งจำเลยไล่ออกโดยมิพักต้องบอก
กล่าวล่วงหน้าหรือให้สินไหมทดแทนก็ได้  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 583    ส่วน
การที่ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเอกสารหมาย  จ.2    กำหนดโทษการขาดงานไม่เกิน 3 วัน  
 
ไว้ไม่ถึงกับเลิกจ้างแต่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุนี้   ต้องไปว่ากล่าวกันในเรื่องการเลิกจ้างที่ไม่เป็น
ธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 ที่โจทก์
อุทธรณ์ว่าหากโจทก์ยื่นใบลาต่อจำเลยเพื่อไปฟ้องจำเลย               จำเลยก็คงไม่อนุญาตให้โจทก์หยุด
งาน    โจทก์จึงไม่มีช่องทางอื่นที่จะไปติดต่อศาลเพื่อใช้สิทธิตามกฎหมายได้นั้น   ก็เป็นแต่เพียงการ
คาดการณ์ของโจทก์โดยยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า     โจทก์ได้ขออนุมัติลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นตาม
ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเอกสารหมาย ล.2    แล้วจำเลยไม่อนุมัติแต่อย่างใดจึงยังไม่อาจ
ถือเอาการใช้สิทธิทางศาลมาเป็นข้ออ้างเพื่อไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานได้
ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยให้จำเลยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ จึงชอบ
แล้ว
 
 
 
                                มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อ  2.2   ว่าโจทก์มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มจาก
ค่าชดเชยและค่าครองชีพหรือไม่   เห็นว่า     โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยที่โจทก์มิได้กระทำ
ความผิด    จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยและเงินเพิ่มแก่โจทก์         และจำเลยไม่จ่ายค่าครองชีพให้แก่
โจทก์จำเลยจึงต้องต้องจ่ายค่าครองชีพและเงินเพิ่มแก่โจทก์       ซึ่งจำเลยให้การว่าโจทก์จงใจฝ่าฝืน
ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน    จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์และโจทก์เป็นพนักงาน
ระดับหัวหน้างาน ไม่มีสิทธิได้รับค่าครองชีพ    เป็นกรณียังมีข้อโต้เถียงว่าจำเลยจะต้องจ่ายค่าชดเชย
และค่าครองชีพแก่โจทก์หรือไม่    จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยจงใจไม่จ่ายเงินดังกล่าวแก่โจทก์โดยปราศ
จากเหตุอันสมควร    จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มให้แก่โจทก์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองครอง
แรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 9 วรรคสอง
 
 
                                 มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อ  2.3      ว่าโจทก์มีสิทธิได้รับการปรับ
ค่าจ้างตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเอกสารหมาย จ.2 หรือไม่   เห็นว่า ตามข้อเท็จจริงที่ยุติใน
ชั้นพิจารณาของศาลแรงงานกลางปรากฏว่าในปี 2536   จำเลยกับผู้แทนลูกจ้างของจำเลยได้จัดทำ
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามเอกสารหมาย  ล.1      หลังจากนั้นจึงมีการจัดตั้งสหภาพแรงงาน
แอคูชเน็ท  และได้มีการจัดทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างขึ้น  3  ฉบับ    คือฉบับปี 2539  ฉบับปี
2542  และฉบับปี  2545  ตามเอกสารหมาย  จ.1  ถึง จ.3     ข้อเท็จจริงปรากฏจากคำฟ้องและคำให้
การว่าโจทก์เข้าทำงานเมื่อวันที่  16  เมษายน  2540    ภายหลังข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับ
ปี 2539  เอกสารหมาย จ. 1    มีผลใช้บังคับ และถูกเลิกจ้างเมื่อวันที่  7 มีนาคม  2546   ภายหลังข้อ
ตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับปี  2542    และฉบับปี  2545  เอกสารหมาย  จ.2  และ  จ.3 มีผลใช้
บังคับ      ซึ่งแม้จะไม่ปรากฏว่าข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างทั้งสามฉบับซึ่งกระทำโดยนายจ้างกับ
สหภาพแรงงานแอคูชเน็ทนั้น     สหภาพแรงงานแอคูชเน็ทมีลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียว
กันเป็นสมาชิก  หรือร่วมในการเรียกร้องเกี่ยวกับสภาพการจ้างเกินกว่าสองในสามของลูกจ้างทั้งหมด
ที่จะเป็นผลให้ถือว่าข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้น    มีผลผูกพันนายจ้างและลูกจ้างซึ่งทำงานใน
กิจการประเภทเดียวกันนั้นทุกคนรวมทั้งโจทก์ด้วยตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518   ก็
ตาม   แต่จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่าตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างทั้งสี่ฉบับดังกล่าวในส่วนของ
การปรับค่าจ้างประจำปีผูกพันเฉพาะพนักงานทั่วไป  มิใช่พนักงานระดับหัวหน้างานหรือเทียบเท่าหรือ
ระดับเจ้าหน้าที่โจทก์เป็นพนักงานระดับหัวหน้างาน จำเลยจึงไม่ผูกพันต้องจ่ายเงินจากการปรับค่าจ้าง
ประจำปีให้และจำเลยได้จ่ายเงินจากการปรับค่าจ้างประจำปีให้โจทก์สูงกว่าอัตราตามข้อตกลงเกี่ยว
กับสภาพการจ้างทั้งสี่ฉบับแล้ว      จึงเป็นกรณีที่จำเลยยอมรับว่าข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างทั้งสี่
ฉบับนี้บังคับแก่โจทก์ด้วย เว้นแต่การที่ต้องจ่ายเงินจากปรับค่าจ้างประจำปีดังกล่าว ซึ่งตามข้อตกลง
เกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับปี  2542  เอกสารหมาย  จ. 2  ข้อ 2.6 ระบุว่า “การปรับเงินประจำปีบริษัท
ตกลงปรับเงินเดือนทุกวันที่  1  มกราคม  ของทุกปี   โดยเริ่ม   1  มกราคม  2543  ตามเกรดดังต่อไป
นี้  เกรด A จำนวนเงิน 550 บาท เกรด B จำนวนเงิน 500 บาท เกรด C จำนวนเงิน 450 บาท”   และ
ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับปี 2545 เอกสารหมาย จ. 3 ข้อ 2.5 ระบุว่า  “บริษัทฯ ตกลง
ปรับค่าจ้างประจำปีในอัตราเดิม”   เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้รับการปรับค่าจ้าง
ปี 2542 ถึงปี 2545 จำนวน 1,480  บาท 825 บาท     และ 595 บาท     ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าอัตราที่
ระบุไว้ในเกรดตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับปี  2542    เอกสารหมาย  จ.2   ข้อ 2.6   แล้ว
โดยไม่ปรากฏว่านับแต่ปี  2542       จนถึงวันถูกเลิกจ้างโจทก์เคยเรียกร้องว่าการปรับค่าจ้างดังกล่าว
ไม่ถูกต้องแล้วขอให้จำเลยปรับค่าจ้างประจำปีตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าว   หรือขอ
ให้มีการตีความข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับ
ปี  2542  เอกสารหมาย  จ. 2   ข้อ  3.3  จึงเป็นกรณีที่โจทก์ยอมรับการปรับค่าจ้างของจำเลย โจทก์
จึงไม่มีสิทธิได้รับการปรับค่าจ้างตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับปี     2542    เอกสารหมาย
จ.2 อีก อุทธรณ์โจทก์ทั้งหมดฟังไม่ขึ้นเช่นกัน     
 
 
 
 

 




อัพเดท ฎีกาน่าสนใจ

เหตุสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนไม่ได้เกิดจากความผิดของลูกจ้าง ภายหลังเข้าเป็นผู้ประกันตนต่อสิทธิความเป็นผู้ประกันตนให้นับต่อเนื่อง และสิทธิขอรับบริการทางการแพทย์ตาม พรบ.ประกันสังคม ฯ article
การจ่ายค่าจ้าง ค่าทำงานล่วงเวลา สำหรับพนักงานรักษาความปลอดภัย article
เงินจ่ายเพื่อตอบแทนความชอบในการทำงาน เนื่องจากออกจากงานเพราะเกษียณอายุไม่ถือเป็นค่าจ้าง เรียกดอกเบี้ยได้ร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันครบกำหนดทวงถาม และศาลพิพากษาเกินคำขอไม่ได้หากมิใช่เหตุเพื่อความเป็นธรรมแก่คู่ความตาม วิ แรงงานฯ มาตรา 52 article
นัดหยุดงานโดยไม่แจ้งเป็นหนังสือให้คู่กรณีพิพาทอีกฝ่ายและไม่แจ้งพนักงานประนอมข้อพิพาทล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ถือเป็นการหยุดงานไม่ชอบด้วยกฎหมาย และประกาศโจมตีผู้บริหาร เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง รายชื่อโจทก์ทั้งหมดปรากฏตา article
ลูกจ้างตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่นายจ้างถือเป็นการตกลงประนีประนอมยอมความกัน มีผลบังคับใช้ได้ตามนั้น ศาลรับฟังพยานหลักฐานอื่นขัดต่อสัญญาดังกล่าวไม่ได้ ถือว่าวินิจฉัยขัดต่อพยานหลักฐานในสำนวน article
ปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ กระด้างกระเดื่อง เกลียดชังผู้บริหาร ถือว่าจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง มีเหตุเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างได้ article
มีคำสั่งให้หยุดงาน โดยจ่ายค่าจ้างระหว่างร้องขออนุญาตศาลขอเลิกจ้างได้ และการละทิ้งหน้าที่ ระยะเวลาสั้นๆ โดยไม่มีหน้าที่หรือตำแหน่งสำคัญและไม่ทำให้นายจ้างเสียหาย ไม่ถือเป็นความผิดกรณีร้ายแรง article
เลิกจ้างด้วยวาจา อ้างเหตุในการเลิกจ้างตามมาตรา 119 ปฏิเสธไม่จ่ายค่าชดเชย ในขณะบอกเลิกจ้างด้วยวาจาได้ ไม่ขัดต่อ มาตรา 17 article
สิทธิลูกจ้างรับเหมาค่าแรง ตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน ฯ มาตรา 11/1 article
ฝ่าฝืน คำสั่ง แม้ไม่ใช่งานในหน้าที่แต่นายจ้างสามารถสั่งหรือมอบหมายได้ตามความเหมาะสมไม่ปฏิบัติ ถือว่าขัดคำสั่ง ลงโทษได้ แต่ไม่ถือว่าผิดร้ายแรง ลงโทรโดยการภาคฑัณฑ์ ( ตักเตือน ) article
มาสายเป็นประจำ ถือว่ากระทำการอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า article
ใบรับเงินระบุไม่ติดใจเรียกร้องสิทธิใดๆ จากจำเลยอีกมีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ มีผลผูกพันโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยอีก article
ลาออก ตามโครงการเกษียณก่อนกำหนด เมื่อข้อตกลงหรือโครงการเกษียณก่อนกำหนดมิได้ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติของกฎหมายและมิได้ขัดต่อความสงบเรียบร้อย จึงมีผลบังคับใช้ได้ เมื่อโจทก์ลาออกตามโครงการดังกล่าวจึงถือว่าได้ตกลงระงับสัญญาจ้างต่อกันแล้ว ย่อมมีสิทธิได้รับเ article
ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน (อนุมัติสินเชื่อเกินอำนาจ) แม้ว่าจะถือเป็นความผิดร้ายแรง จำเลยถูกเลิกจ้างเพราะความผิดที่กระทำแล้ว เมื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นมาจากหลายๆ สาเหตุ ประกอบกัน มิใช่เกิดจากจำเลยฝ่าฝืนข้อบังคับฯ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค article
เจ็บป่วยมีลักษณะรุนแรงอันอาจถึงแก่ชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันถ่วงที สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใกล้เคียงได้ โดยมีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลตามความเป็นจริง จากกองทุนเงินทดแทน article
ร้องคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ขอให้รับกลับในขณะเดียวกันไปร้องพนักงานตรวจแรงงาน ให้จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าด้วย ถือว่าลูกจ้างยอมรับการเลิกจ้างแล้ว ไม่มีเหตุที่จะให้รับกลับเข้าทำงานอีก article
ลาพักผ่อนประจำปี นายจ้างไม่อนุมัติหยุดงานไปถือว่าขาดงานละทิ้งหน้าที่ และการลงโทษด้วยการตัดคะแนนตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและเลิกจ้าง ถือเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม article
การโอนย้ายพนักงานไปทำงานกับนายจ้างใหม่ บังคับตาม ปพพ. มาตรา 577 แตกต่างจากการเปลี่ยนแปลงนายจ้างใหม่ ซึ่งบังคับตาม พรบ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 13 เมื่อลูกจ้างยินยอมโอนย้ายไป ถือว่าตกลงยินยอมปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือสภาพการจ้างของนา article
ค่าพาหนะเหมาจ่ายรายเดือน แต่ให้เฉพาะตำแหน่งหากมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหรือลักษณะงานที่ไม่ต้องใช้พาหนะ มีสิทธิ์ยกเลิกเงินได้ ถือเป็นเงินเพิ่มเป็นครั้งคราวตามลักษณะงาน ไม่ถือเป็นค่าจ้าง article
ปรับเปลี่ยนโยกย้ายตำแหน่ง ตามความเหมาะสมไม่ถือเป็นการละเมิดสัญญาจ้าง article
ตกลงรับสภาพหนี้ ชดใช้ค่าเสียหายแก่นายจ้าง นายจ้างสามารถหักชำระค่าเสียหายจากเงินประกันได้ และไม่มีข้อความว่าเมื่อตกลงชำระหนี้แล้วจะไม่เลิกจ้างภายหลัง นายจ้างจึงสามารถเลิกจ้างได้ article
สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายอันเกิดจากการผิดสัญญาจ้าง มีอายุความ 10 ปี article
ขัดคำสั่งไม่เข้าสอบสวน มิใช่ความผิด กรณีร้ายแรงและค่าชดเชยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี article
ข้อยกเว้นกิจการเรือเดินทะเลที่ต้องปฏิบัติตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน ฯ article
แม้มิได้อ้างเหตุผลในการเลิกจ้างไว้ แต่จำเลยสามารถอ้างเหตุผลในการเลิกจ้างในคำให้การ เพื่อต่อสู้คดีในประเด็นค่าเสียหายหรือค่าชดเชยพิเศษได้ การอ้างเหตุตามมาตรา 17 วรรค 3 เป็นข้อยกเว้นเฉพาะเหตุที่จะไม่จ่ายค่าชดเชยตาม มาตรา 118 เท่านั้น article
คดีแรงงานเป็นคดีที่มีลักษณะพิเศษ ต่างจากคดีแพ่งทั่วไป คำให้การจำเลยจะยื่นเป็นหนังสือจะไม่ให้การก็ได้ article
ศาลฎีกาให้ย้อนสำนวน อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลฎีกาที่ถึงที่สุดแล้ว เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย article
สัญญาค้ำประกันการทำงาน ระบุตำแหน่งที่ค้ำประกันไว้ ภายหลังเปลี่ยนแปลงโยกย้ายตำแหน่งใหม่ ผู้ค้ำประกันไม่ต้องร่วมรับผิด จากการกระทำผิดของลูกจ้างในตำแหน่งงานใหม่ article
ค่าเที่ยวที่ได้จากการทำงานในเวลาทำงานปกติถือเป็นค่าจ้าง กรณีมีข้อโต้แย้งกันอยู่ว่า ค่าเที่ยวไม่ถือเป็นค่าจ้างหรือไม่ จึงถือไม่ได้ว่าจงใจหรือเจตนาไม่จ่ายค่าจ้าง article
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งมีผลบังคับใช้กับพนักงานทุกคน มีผลบังคับใช้กับพนักงานที่เข้ามาทำงานภายหลัง ทำข้อตกลงนั้นด้วย พนักงานที่เข้าหลังทำข้อตกลงได้รับสิทธิและประโยชน์ตามข้อตกลงนั้นด้วย article
ใช้เวลางาน อุปกรณ์เครื่องมือ และพนักงานทำธุรกิจส่วนตัว ถือเป็นการเบียดบังเวลาและทรัพย์สินของนายจ้าง เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว ถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่
สัญญาฝึกอบรมกำหนดให้ลูกจ้างทำงานทดแทนเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี ถือเป็นข้อตกลงที่ใช้บังคับได้ article
ไม่ใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ถือเป็นทายาทตาม พระราชบัญญัติประกันสังคม ไม่มีสิทธิ์รับเงินบำเหน็จชราภาพ article
ทำบันทึกสละสิทธิ์ ผลประโยชน์หรือเงินอื่นใด คือเป็นการประนีประนอมยอมความกันแล้ว สิทธิ์เรียกร้องเป็นอันระงับไป article
เปลี่ยนแปลงเวลาการทำงานให้ทำงานเพิ่มขึ้น แต่รวมแล้วไม่เกินจำนวนชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเดิม ไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง article
บอกกล่าวล่วงหน้าในที่ประชุม วันที่ 1 ต.ค. เพื่อแจ้งปิดกิจการในวันที่ 21 ต.ค. ถือว่านายจ้างได้บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมายแล้ว article
นายจ้างกำหนดวันหยุดอื่นแทนวันหยุดตามประเพณีไม่ได้ เมื่อลูกจ้างมาทำงานในวันหยุดตามประเพณี นายจ้างต้องจ่ายค่าแรงและค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้ลูกจ้าง article
ประกาศขายทอดตลาด แจ้งวันนัดให้จำเลยทราบด้วยวิธีการปิดหมาย ถือว่าส่งหมายโดยชอบ article
ไม่เลื่อนขั้นเงินเดือน และปรับค่าจ้างให้ตามสิทธิ ถือว่าโต้แย้งสิทธิแล้วฟ้องศาลได้ article
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่มีอยู่เดิม และไม่ได้ตกลงกันให้คงไว้ตามเดิม มีผลใช้บังคับกับสภาพการจ้างที่มีอยู่เดิม article
เลิกจ้างเพราะเหตุเบิกความเท็จ article
การพิจารณาว่าเลิกจ้างเป็นธรรมหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาเหตุแห่งการเลิกจ้างว่ามีเหตุสมควรเลิกจ้างหรือไม่ ไม่จำต้องพิจารณาว่าการสอบสวนชอบหรือไม่ article
เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานต้องฟ้องภายใน 30 วัน นับแต่วันรับทราบคำสั่ง (วันที่ลงชื่อรับเอกสารทางไปรษณีย์ พนักงานรับแทนถือว่ารับโดยชอบ) article
ประกาศเลิกจ้างจ่ายค่าชดเชยจากฐานค่าจ้างก่อนปรับลดค่าจ้าง ภายหลังยกเลิกประกาศและให้จ่ายค่าชดเชยจากฐานค่าจ้างใหม่ที่ปรับลดไม่ได้ article
ผละงานละทิ้งหน้าที่ไป ครึ่งวัน เพื่อไปร้องพนักงานตรวจแรงงาน เลิกจ้างได้ ถือว่าเลิกจ้างเป็นธรรม article
เปลี่ยนตัวนายจ้าง สั่งให้โอนย้ายไปทำงานบริษัทฯในเครือ พนักงานไม่ยอมไปจึงเลิกจ้างถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม article
ทำบันทึกการเจรจา หลังถูกเลิกจ้าง ระบุว่า “หากนายจ้างจ่ายค่าชดเชยและค่าบอกกล่าวล่วงหน้าครบถ้วนแล้ว ลูกจ้างตกลงว่า article
ฝ่าฝืนคำสั่งกรณีไม่ร้ายแรง จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย article
กิจการมิได้แสวงหาผลกำไร ยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแต่ไม่ได้ยกเว้นเรื่องค่าเสียหาย article
มีเหตุต้องย้ายสถานประกอบการ แต่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างใช้สิทธิเลือกว่าจะย้ายตามหรือไม่กลับมีคำสั่งเลิกจ้างแทนโดยว่าจ้างบริษัทรับเหมาค่าแรงรับช่วงต่อหาคนงานใหม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม article
ให้ข้อมูลทางธุรกิจกับบริษัทฯ คู่แข่งทางการค้า ถือว่าผิดร้ายแรง article
ทำสัญญาจ้างภายหลัง และตกลงเหมาจ่ายค่าล่วงเวลา อัตราไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด article
ลาออกล่วงหน้า อนุมัติเรียบร้อยแล้ว ก่อนถึงวันลาออกมีผล นายจ้างเลิกจ้างก่อนถือว่าเป็นเพียงการแสดงเจตนาให้การลาออกมีผลก่อนกำหนด กรณีถือว่าเป็นการลาออกมิใช่การเลิกจ้าง article
ค่านายหน้าจากการยึดรถคิดอัตราคันละ 10,000 บาท ถือเป็นค่าจ้าง ผิดนัดต้องเรียกดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี และคดีแรงงานมิใช่คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลแรงงานไม่จำต้องถือตามข้อเท็จจริงในคดีอาญา article
ปรับลูกจ้างรายวันเป็นรายเดือน เมื่อมิได้ตกลงปรับค่าจ้างและมิได้กำหนดหลักเกณฑ์การปรับ นายจ้างใช้ค่าจ้างรายวัน x ด้วย 26 วัน จึงชอบด้วยกฎหมาย article
แม้นายจ้างจ่ายเงินค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานแล้ว ยังสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ article
เลิกจ้างเนื่องจากปรับโครงสร้างการทำ งาน ลดจำนวนพนักงาน เพื่อให้ได้ผลกำไรเพิ่มขึ้นมิใช่เหตุขาดทุน เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม article
ค่าเที่ยว จ่ายแน่นอนคำนวณตามระยะทางโดยมิได้ระบุว่าเป็นค่าตอบแทนการทำงานเกินเวลาทำงานปกติ ถือเป็นค่าจ้าง article
เลิกจ้างต้องระบุเหตุเลิกจ้างตามมาตรา 119 และแจ้งให้ลูกจ้างรับทราบ ณ ขณะเลิกจ้างหากไม่ระบุจะยกขึ้นกล่าวอ้างภายหลังไม่ได้ article
ศาลแรงงานมีคำสั่งหรือพิพากษาเกินคำขอได้ หากเห็นสมควรเพื่อความเป็นธรรมแก่คู่ความ
ไม่ให้ความร่วมมือในการบริหารจัดการ เป็นการกระทำอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า เป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม article
ค่าครองชีพถือเป็นค่าจ้าง ต้องนำมารวมคำนวณกับเงินเดือน เพื่อคำนวณค่าทำงานล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุด article
เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์วิธีการจ่ายเงินค่าตอบแทน ค่าทำงานล่วงเวลา ไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างในทางที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง นายจ้างทำได้ article
เบี้ยเลี้ยงจ่ายทุกวันตามวันที่มาทำงานถือเป็นค่าจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 5 ต้องนำมาคำนวณในการหักประกันสังคม article
นายจ้างตกลงรับผิดชอบค่าภาษีให้แก่ลูกจ้างภายหลังออกจากงาน จะฟ้องเรียกเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากลูกจ้างไม่ได้ article
ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากลูกจ้างเกี่ยวกับมูลละเมิดภายหลังฟ้องลูกจ้างต่อศาลแรงงานให้รับผิดตามสัญญาจ้าง ไม่ใช่การฟ้องซ้ำ article
เกษียณอายุระบุจ่ายเงินชดเชยพิเศษเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับ / โดยมิได้ระบุว่า “ค่าจ้าง” จึงหมายถึงเฉพาะเงินเดือนไม่รวมเงินได้อย่างอื่น article
ขออนุญาตยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานกลาง ศาลมีอำนาจสั่งรับฟ้องหรือไม่รับได้เป็นดุลพินิจของศาล article
"ค่าเที่ยว" จ่ายตามระยะทางแน่นอน ถือเป็นค่าจ้างพนักงานมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนการทำงาน สำหรับเวลาที่ทำงานเกินโดย คำนวณจากค่าเที่ยวบวกเงินเดือน article
รับเงินเกินสิทธิ์ ลูกจ้างรับเงินกองทุนจากการเจรจาไกล่เกลี่ยโดยกองทุนมิได้หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งเมื่อกองทุนจ่ายเงินให้สรรพากรแทนกองทุนจึงมีสิทธิ์ฟ้องเรียกคืนจากลูกจ้างได้ article
นิติสัมพันธ์ความเป็นนายจ้าง ลูกจ้าง article
พรบ.ประกันสังคม ม.56) ขอรับเงินประโยชน์ทดแทน กรณีชราภาพเกิน 1 ปี นับแต่วันมีสิทธิ์ได้ article
ถีบประตูโรงงานมิใช่ความผิดร้ายแรง ไม่ถือเป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย เป็นเพียงกระทำการอันไม่เหมาะสม เลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย article
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เกี่ยวกับโบนัส มีผลใช้บังคับกับพนักงานที่เข้างานในภายหลังได้และตกลงจ่ายโบนัสโดยไม่มีเงื่อนไข นายจ้างจึงต้องรับผิดชอบจ่ายโบนัสตามข้อตกลง article
ขัดคำสั่ง / ประกาศเกี่ยวกับการบันทึกการทำงาน พนักงานรับทราบแต่ไม่ปฏิบัติตามถือว่าจงใจขัดคำสั่ง เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า article
ลาออกเองโดยสมัครใจมิใช่บังคับข่มขู่ ไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง article
ขาดงานละทิ้งหน้าที่ มิใช่เพราะเหตุเปลี่ยนแปลงโยกย้ายหน้าที่ไม่มาปฏิบัติงานโดยไม่มีเหตุอันสมควรเลิกจ้างได้ article
ทุจริตต่อหน้าที่ , เลิกจ้างแล้ว , มาทำงานต่อไม่มีสิทธิได้ค่าจ้าง article
อุทธรณ์ข้อเท็จจริง การลงโทษลดขึ้นเงินเดือน article
เลิกจ้างตามพรบ.คุ้มครองแรงงาน ม.118 ต้องเป็นกรณีนายจ้างไม่ให้เข้าทำงานและไม่จ่ายค่าจ้างโดยเด็ดขาดการห้ามมิให้เข้าโรงงานแต่ให้นั่งรอยังไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง article
การคำนวณสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า article
นายจ้างจ่ายเงินเดือนขาด หักค่าจ้างของพนักงานคนอื่นมาเป็นของตนเองโดยพลการ ถือเป็นการกระทำอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้เสร็จลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต article
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับกับพนักงานทุกคนตามพรบ.แรงงานสัมพันธ์ ม.19 เมื่อสหภาพแรงงานมีสมาชิกเกินกว่าสองในสามของจำนวนลูกจ้างทั้งหมด article
เงินค่าชดเชยและเงินรีไทม์เมนต์ เนื่องจากเกษียณอายุ article
เงินบำเหน็จชราภาพ ทายาทผู้มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ ตามพรบ.ประกันสังคม ม.77 จัตวา article
กรรมการลูกจ้าง ไม่ยินยอมปรับเปลี่ยนค่าจ้างจากรายชั่วโมงเป็นรายเดือน ถือว่าขัดคำสั่ง/นโยบาย มีเหตุเลิกจ้างได้ article
ลูกจ้างร้านเสริมสวย article
กระทำความผิดซ้ำคำเตือน article
เปลี่ยนแปลงผู้รับผลประโยชน์กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ - บุตรนอกกฎหมายมีสิทธิรับผลประโยชน์กองทุนฯ article
ฟ้องเพิกถอนคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ กรส ต้องเป็นกรณีคำสั่งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย article
ทำงานไม่ครบ 12 เดือน ใช้สิทธิประกันตนตามมาตรา 39 ไม่ได้ /ประกันสังคมรับเงินตามมาตรา 39ไว้ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย article
คณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์แต่งตั้งประธานคณะกรรมการมีผลบังคับใช้ได้
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระบุเวลาพักย่อยแต่ไม่ระบุสถานที่นั่งพัก นายจ้างสามารถกำหนดสถานที่พักได้ตามความเหมาะสม article
ปิดกิจการมีคำสั่งให้ไปปฏิบัติงานบริษัทในเครือลูกจ้างมีสิทธิไม่ไปได้ article
อุทธรณ์ข้อเท็จจริง + รับเหมาขนขยะรู้เห็นเป็นใจจงใจหรือประมาทหรือไม่ article
อุทธรณ์ข้อเท็จจริง + แก้ไขรายการซื้อสินค้า article
สัญญาส่งฝึกอบรม เมื่ออบรมเสร็จกลับมาทำงานทดแทนภายในกำหนด หากไม่ครบกำหนด เรียกค่าเสียหาย + เบี้ยปรับได้ แต่ค่าเสียหายบังคับได้เท่าที่เป็นธรรมและสมควรแก่กรณี article
สัญญาค้ำประกันการทำงาน มีผลบังคับใช้ได้หากเป็นเงื่อนไขทั่วไปตามสัญญาค้ำประกัน ไม่มีข้อตกลงที่ให้ผู้ค้ำต้องรับภาระเกินกว่าที่วิญญูชนจะพึงคาดหมายได้ตามปกติเป็นสัญญาที่เป็นธรรม article
พนักงานลากิจแต่นายจ้างยังไม่อนุมัติตามระเบียบ พนักงานหยุดงานไปถือว่าขาดงานละทิ้งหน้าที่ article
ศาลฟังข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วน ย้อนสำนวนให้ศาลฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติม article
ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ย่อมมีผลผูกพันโจทก์ จำเลย อุทธรณ์ไม่ได้ article
เงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างส่วนเงินสมทบ มิใช่เงินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ตกลงกันได้มีผลบังคับใช้ article
เงื่อนไขสัญญาจ้างเกี่ยวกับค่าน้ำมันรถ article
การนำส่งเงินเข้าบัญชีบริษัท ฯ ล่าช้า ยังถือไม่ได้ว่ามีเจตนาทุจริต เบียดบัง ยักยอกเงิน ศาลพิพากษาเกินคำขอโดยอาศัยอำนาจมาตรา 52 ย่อมทำได้ตามกฎหมาย article
ข้อตกลงหลังมีคำพิพากษา หากผิดนัดตามข้อตกลง โจทก์สามารถบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิมได้ article
ใช้ทรัพย์สินบริษัท ฯ เพื่อประโยชน์ส่วนตัว เคยว่ากล่าวในที่ประชุมยังกระทำผิดอีก ถือว่าละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งนายจ้างเป็นอาจิณเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า เลิกจ้างเป็นธรรม article
ลาออกเอง อ้างถูกข่มขู่จะแจ้งความดำเนินคดีจึงยอมไม่ได้
พบทรัพย์สินบริษัทในล๊อกเกอร์ เลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างฯ
วางเงินตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน ที่ สำนักงานคุ้มครองแรงงานให้พนักงานมารับ ถือว่าคำสั่งถึงที่สุด ฟ้องเพิกถอนไม่ได้ article
อุทธรณ์และวางเงินชำระหนี้ คดียังไม่ยุติ ยังต้องรับผิดเรื่องดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จ + คดีถึงที่สุด article
ถูกไล่ออกจากการเป็นพนักงาน ไม่มีสิทธิได้รับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ(เงินสมทบ พร้อมผลประโยชน์) article
ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานของครูไม่มีผลย้อนหลัง article
เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ สิทธิรับบริการทางการแพทย์เพราะเกิดอุบัติเหตุ (ฉุกเฉินโรงพยาบาลแรกเบิกได้ ย้ายใหม่ต้องเข้าโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ไปที่อื่นเบิกไม่ได้) article
แปลงสภาพการสื่อสารแห่งประเทศไทยเป็น 2 บริษัท ฯ ทั้งสองบริษัท ฯ ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย ร้องสอดเข้าเป็นคู่ความในคดีได้ article
รับประทานอาหารในพื้นที่ต้องห้าม เลิกจ้างเป็นธรรมจ่ายค่าชดเชย article
มีสวัสดิการกองทุนสหภาพ ฯ บังคับให้กรรมการสหภาพจ่ายเงินกองทุนสหภาพได้ article
โครงการออกก่อนกำหนด “โครงการทางเลือกใหม่” กำหนดเงื่อนไขไว้ไม่ขัดต่อกฎหมายใช้บังคับได้ article
ทุจริตต่อหน้าที่ , เลิกจ้าง , กลับมาทำงานไม่มีสิทธิได้ค่าจ้าง article
อนุมัติสินเชื่อภายในวงเงิน แม้ภายหลังเป็นหนี้เสียไม่ถือว่ากระทำผิดต่อโจทก์ article
ลาป่วยบ่อย ขัดคำสั่ง หลับประจำ article
กำหนดค่าเสียหายผิดพลาดต้องแก้ไขใหม่ตามจริง article
กระทำความผิดซ้ำคำเตือน นายจ้างมีหนังสือแจ้งให้ทราบว่ากระทำความผิดซ้ำคำเตือนจะลงโทษตามข้อบังคับ ต่อมาเลิกจ้างด้วยเหตุดังกล่าวได้ article
โยกย้ายไม่ไป เตือนแล้วไม่ไปอีก เลิกจ้างได้ถือว่าขาดงานละทิ้งหน้าที่ article
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ตกลงจ่ายค่าชดเชยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดบังคับใช้ได้ article
ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญาจ้างภายใน 10 ปี นับจากวันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ article
มีอำนาจลงลายมือชื่อในเช็ค ไม่ตรวจสอบการเขียนรายละเอียดในเช็ค รู้เห็นเป็นใจและเป็นเหตุให้มีการทุจริต เป็นกระทำความผิดร้ายแรง article
กระทำความผิดให้เลือกจะเลิกจ้างหรือลาออกเองได้ article
ค่าชดเชยจากการเลิกจ้าง สามแสนบาทแรกได้รับยกเว้นภาษี / ไม่ต้องหัก ณ ที่จ่าย article
ขาดงานละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงาน มีใบรับรองแพทย์ ถือว่ามีเหตุอันสมควร article
ตกลงจ่ายค่าชดเชย และลาออกเอง ไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชย article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

บริษัท กฎหมายปาระมี จำกัด

เลขที่ 511/4 ถนนประชาอุทิศ 117/1 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร (10140)

โทร/Tel : 02 - 8159522, แฟกซ์/Fax : 02 - 8159523, มือถือ/Mobile : 081 - 7936156

อีเมล/E-mail : sawai.prm@gmail.com, เว็บไซต์/Web : www.parameelaw.com