ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ชมรมบริหารงานบุคคล
dot
bulletสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย
bulletชมรมบริหารงานบุคคล
bulletชมรมบริหารงานบุคคล อยุธยา
bulletชมรมบริหารงานบุคคลรังสิต
bulletชมรมผู้บริหารงานบุคคล อมตะนคร
bulletสมาคมการบริหารงานบุคคล (PAAs)
bulletชมรมบริหารงานบุคคลบางพลี
bulletชมรมนักบริหารงานบุคคลพัทยา
bulletชมรมบริหารงานบุคคลยุคใหม่
bulletชมรมผู้บริหารงานบุคคลจังหวัดราชบุรี
bulletงานบริหารงานบุคคล
bulletชมรมงานบริหารงานบุคคลกรุงเทพฯ
bulletชมรมบริหารงานบุคลสุขสวัสดิ์
dot
ติดต่อราชการศาล
dot
bulletศาลแรงงานกลาง
bulletศาลแรงงานภาค ๒
bulletศาลยุติธรรม
bulletศาลปกครอง
bulletศาลรัฐธรมนูญ
bulletสำนักงานอัยการสูงสุด
bulletกระทรวงยุติธรรม
bulletคณะกรรมการกฤษฎีกา
bulletกรมบังคับคดี
bulletสภาทนายความ
dot
หน่วยงานราชการสำคัญ
dot
bulletกระทรวงแรงงาน
bulletกรมการจัดหางาน
bulletกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
bulletกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
bulletสำนักงานประกันสังคม
bulletกรมสรรพากร
bulletกรมบัญชีกลาง
bulletกรมพัฒนาธุรกิจกาค้า
bulletกระทรวงอุตสาหกรรม
bulletกรมโรงงานอุตสาหกรรม
bulletกรมส่งเสริมอุตสาหรม
bulletการนิคมอุตสาหกรรม
dot
ลิ้งค์เพื่อนบ้าน
dot
bulletสมบัติลีกัล
bulletเอกเซลสำหรับงาน HR โดย อ.สำเริง
bulletบทความดี ๆ จากโกป้อม
dot
อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
dot
dot
Newsletter

dot


พยากรณ์อากาศวันนี้
..................................


ราคาน้ำมันวันนี้
..................................



หมายอายัดเงินเดือน โอที โบนัส

นายจ้างได้รับหมายบังคับคดี  ให้อายัดเงินเดือน โอที โบนัส  ต้องปฏิบัติอย่างไร   ไม่ปฏิบัติตามได้หรือไม่   มีผลอย่างไร

ตอบ

     กรณีนายจ้างได้รับหมายบังคับคดี  ให้อายัดเงินเดือน  โอที  โบนัส    นายจ้างมีหน้าที่ต้องฏิบัติตามหมายบังคับคดีดังกล่าว   เนื่องจากหากไม่ปฏิบัติตาม  นายจ้างมีความผิด  อาจต้องชดใช้ค่าเสียหายแทนพนักงานได้

     ก่อนอื่นเราควรรับทราบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเสียก่อน  กล่าวคือ

     การอายัดเงินตามหมายบังคับคดี    กรณีอายัดเงินเดือน  ค่าจ้าง  โอที   โบนัส  หรือรายได้อื่นใดของลูกจ้าง  นั้น   กฎหมายกำหนดไว้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง  มาตรา ๒๘๖  สรุปหลักย่อ ๆ ได้ คือ  เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ และเงินรายได้เป็นคราว ๆ   เงินเดือน  ค่าจ้าง  บำนาญ  ค่าชดใช้  เงินสงเคราะห์  หรือรายได้อื่น ของพนักงาน  ลูกจ้าง  เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท  ไม่อยู่ในข่ายบังคับคดี  หมายถึง  เงินตามจำนวนดังกล่าว   หากไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท  ไม่ต้องอายัดตามหมายบังคับคดี   

    หากเงินเดือน  ค่าจ้าง  บำนาญ  ค่าชดใช้  เงินสงเคราะห์   เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท  ศาลให้อำนาจเจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจกำหนดจำนวนเงินในการอายัดได้   โดยให้คำนึงถึงฐานะทางครอบครัว  จำนวนบุพการี ผู้สืบสันดาน ซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูด้วย   ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีจะกำหนดไว้ในหมายอายัด    ส่วนใหญ่จะกำหนดไม่เกิน 30 % ของเงินเดือนหรือรายได้

   หากลูกหนี้ไม่เห็นด้วยกับการกำหนดจำนวนเงินอายัดดังกล่าว สามารถยื่นคำร้องต่อศาล   เพื่อขอให้กำหนดจำนวนเงินอายัดใหม่ได้  ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับทราบหมายอายัด   ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง  มาตรา ๒๘๖ 

   กรณีนายจ้าง  ไม่ปฏิบัติตามหมายอายัดเงินดังกล่าว   จะมีผลอย่างไร

   ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง  มาตรา  ๓๑๒  กำหนดไว้สรุปโดยย่อ  คือ  หากบุคคลภายนอก  (นายจ้าง) ไม่ปฏิบัติตามหมายอายัด  ศาลอาจทำการไต่สวน และมีคำสั่งให้ (นายจ้าง) ปฏิบัติตามคำสั่งอายัดได้

   กรณีหากสิทธิเรียกเรียกตามหมายอายัด  ต้องเสื่อมเสียไป  บุคคลภายนอก ( นายจ้าง) ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้แทนลูกหนี้   นั่นหมายถึง  หากไต่สวนแล้ว สรุปได้ว่า  นายจ้างไม่อายัดเงินตามหมายอายัด   ตลอดระยะเวลาที่ลูกจ้างทำงานอยู่ตามหมายอายัด   นายจ้างจะต้องชดใช้ค่าเสียหายแทนพนักงานตามจำนวนเงินที่ไม่ได้อายัด   

    ดังนั้น  นายควรปฏิบัติตามหมายบังคัดคดีดังกล่าวจะได้ไม่เดือดร้อนภายหลังครับ

    โดยสิ่งที่ควรปฏิบัติ  คือ  เริ่มจากเรียกพนักงานมาสอบถามมูลหนี้  และสอบถามพนักงานเห็นด้วยกับจำนวนเงินตามหมายอายัดหรือไม่   หากไม่เห็นด้วย   ให้พนักงานติดต่อเจ้าพนักงานตามหมายอายัด   และไปดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลที่มีคำพิพากษานั้น ๆ เพื่อกำหนดจำนวนเงินใหม่  หากไม่คัดค้าน  นายจ้างมีหน้าที่ต้องอายัดเงินตามหมาย 

   โดยวิธีการคือ ส่งเงินทางไปรษณีย์  โอนเงิน  หรือไปชำระ ณ.สำนักงานบังคับดีที่ออกหมาย   ส่วนใหญ่สำนักงานบังคับคดีจะอธิบายขั้นตอนและวิธีการให้อยู่แล้ว

     กรณีหากเงินเดือน  ค่าจ้าง  ของพนักงานไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท   ให้ทำหนังสือ ตอบรับ  แจ้งไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีตามหมายด้วย   ว่ารายได้ของพนักงานไม่อยู่ในข่ายบังคับคดี   สำเนาเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วย  ป้องกันปัญหาโต้แย้งหากภายหลังพนักงานออกจากงาน 

   







Copyright © 2010 All Rights Reserved.

บริษัท กฎหมายปาระมี จำกัด

เลขที่ 511/4 ถนนประชาอุทิศ 117/1 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร (10140)

โทร/Tel : 02 - 8159522, แฟกซ์/Fax : 02 - 8159523, มือถือ/Mobile : 081 - 7936156

อีเมล/E-mail : sawai.prm@gmail.com, เว็บไซต์/Web : www.parameelaw.com