นายจ้างได้รับหมายบังคับคดี ให้อายัดเงินเดือน โอที โบนัส ต้องปฏิบัติอย่างไร ไม่ปฏิบัติตามได้หรือไม่ มีผลอย่างไร
ตอบ
กรณีนายจ้างได้รับหมายบังคับคดี ให้อายัดเงินเดือน โอที โบนัส นายจ้างมีหน้าที่ต้องฏิบัติตามหมายบังคับคดีดังกล่าว เนื่องจากหากไม่ปฏิบัติตาม นายจ้างมีความผิด อาจต้องชดใช้ค่าเสียหายแทนพนักงานได้
ก่อนอื่นเราควรรับทราบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเสียก่อน กล่าวคือ
การอายัดเงินตามหมายบังคับคดี กรณีอายัดเงินเดือน ค่าจ้าง โอที โบนัส หรือรายได้อื่นใดของลูกจ้าง นั้น กฎหมายกำหนดไว้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๖ สรุปหลักย่อ ๆ ได้ คือ เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ และเงินรายได้เป็นคราว ๆ เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ ค่าชดใช้ เงินสงเคราะห์ หรือรายได้อื่น ของพนักงาน ลูกจ้าง เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ไม่อยู่ในข่ายบังคับคดี หมายถึง เงินตามจำนวนดังกล่าว หากไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ไม่ต้องอายัดตามหมายบังคับคดี
หากเงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ ค่าชดใช้ เงินสงเคราะห์ เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ศาลให้อำนาจเจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจกำหนดจำนวนเงินในการอายัดได้ โดยให้คำนึงถึงฐานะทางครอบครัว จำนวนบุพการี ผู้สืบสันดาน ซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูด้วย ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีจะกำหนดไว้ในหมายอายัด ส่วนใหญ่จะกำหนดไม่เกิน 30 % ของเงินเดือนหรือรายได้
หากลูกหนี้ไม่เห็นด้วยกับการกำหนดจำนวนเงินอายัดดังกล่าว สามารถยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้กำหนดจำนวนเงินอายัดใหม่ได้ ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับทราบหมายอายัด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๖
กรณีนายจ้าง ไม่ปฏิบัติตามหมายอายัดเงินดังกล่าว จะมีผลอย่างไร
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑๒ กำหนดไว้สรุปโดยย่อ คือ หากบุคคลภายนอก (นายจ้าง) ไม่ปฏิบัติตามหมายอายัด ศาลอาจทำการไต่สวน และมีคำสั่งให้ (นายจ้าง) ปฏิบัติตามคำสั่งอายัดได้
กรณีหากสิทธิเรียกเรียกตามหมายอายัด ต้องเสื่อมเสียไป บุคคลภายนอก ( นายจ้าง) ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้แทนลูกหนี้ นั่นหมายถึง หากไต่สวนแล้ว สรุปได้ว่า นายจ้างไม่อายัดเงินตามหมายอายัด ตลอดระยะเวลาที่ลูกจ้างทำงานอยู่ตามหมายอายัด นายจ้างจะต้องชดใช้ค่าเสียหายแทนพนักงานตามจำนวนเงินที่ไม่ได้อายัด
ดังนั้น นายควรปฏิบัติตามหมายบังคัดคดีดังกล่าวจะได้ไม่เดือดร้อนภายหลังครับ
โดยสิ่งที่ควรปฏิบัติ คือ เริ่มจากเรียกพนักงานมาสอบถามมูลหนี้ และสอบถามพนักงานเห็นด้วยกับจำนวนเงินตามหมายอายัดหรือไม่ หากไม่เห็นด้วย ให้พนักงานติดต่อเจ้าพนักงานตามหมายอายัด และไปดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลที่มีคำพิพากษานั้น ๆ เพื่อกำหนดจำนวนเงินใหม่ หากไม่คัดค้าน นายจ้างมีหน้าที่ต้องอายัดเงินตามหมาย
โดยวิธีการคือ ส่งเงินทางไปรษณีย์ โอนเงิน หรือไปชำระ ณ.สำนักงานบังคับดีที่ออกหมาย ส่วนใหญ่สำนักงานบังคับคดีจะอธิบายขั้นตอนและวิธีการให้อยู่แล้ว
กรณีหากเงินเดือน ค่าจ้าง ของพนักงานไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ให้ทำหนังสือ ตอบรับ แจ้งไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีตามหมายด้วย ว่ารายได้ของพนักงานไม่อยู่ในข่ายบังคับคดี สำเนาเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วย ป้องกันปัญหาโต้แย้งหากภายหลังพนักงานออกจากงาน