.
งาน Sustrends 2026 พี่หนูหริ่ง สมบัติ บุญงามอนงค์ จะขึ้นเวทีเล่าระบบการจัดการของบริจาคของกระจกเงาที่มหัศจรรย์มากครับ และมีบูทโชว์เคสที่เซอร์ไพรส์มาก ไปชมกันได้ 27 ส.ค. 68 สิบโมงเช้าถึงหกโมงเย็น ที่พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ
.
ผมผู้ได้ไปทัวร์โกดังกระจกเงามา (และคิดว่าน่าจัดทริปพาคนไปดูงานมาก) ขอเกริ่นความน่าสนใจให้ฟังสักนิดว่า ทำไมกระจกเงาถึงรับของทุกชนิดแบบไม่ต้องคัด จนแต่ละวันมีรถขับเอาของมาบริจาค 300 คัน (ปีละแสนคัน) และส่งพัสดุมาทางไปรษณีย์อีกวันละ 200 กล่อง ขายของได้เดือนละ 6 ล้าน และจ้างงานคนเปราะบางได้หลายร้อยคน
.
[1] กระจกเงาทำเรื่องการจัดการของบริจาคผ่าน 19 โครงการย่อย ทุกโครงการมีโมเดลธุรกิจของตัวเอง ควรเลี้ยงตัวเองได้ ค่าเช่าโกดังและค่าบริหารจัดการทั้งหมดจ่ายโดยโครงการต่างๆ คนชราและอดีตคนไร้บ้าน (ของโครงการจ้างวานข้า) ที่มาช่วยคัดแยกวันละ 200-300 คน ได้ค่าแรงคนละ 500 บาท เลี้ยงข้าวเที่ยงฟรี ก็เป็นเงินโครงการ
.
[2] เสื้อผ้าคือสินค้าที่ทำเงินได้เยอะสุดเพราะมีปริมาณมากสุด มีคนคัดแยกตามชนิดและราคาขาย มีของเข้ามามาก ต้องเคลียร์ของออกให้เยอะที่สุด จึงตั้งราคาขายต่ำมาก เช่นเสื้อผ้าคละยกลังแบบสุ่ม ลังละ 70 บาท ขายดิบขายดี ส่วนใหญ่ซื้อไปขายต่อตามตลาดนัด พ่อค้าตั้งราคาต่ำได้ จะได้ขายง่ายๆ และกลับมาซื้ออีกบ่อยๆ
.
[3] จุดหนึ่งที่ทำให้กระจกเงาเป็นที่นิยมของผู้บริจาคคือ รับหมด ไม่โอเคจะทิ้งให้ การทิ้งของที่ใช้ไม่ได้ไม่ใช่ปัญหาเลย อย่างเสื้อผ้าและของที่เผาได้ จะส่งไปเผาผลิตไฟฟ้าพลังงานชีวมวล ซึ่งโรงงานมารับถึงที่ทุกวันเสาร์
.
[4] เครื่องใช้ไฟฟ้า ใช้คนแก่ (ช้าการช่าง) และอดีตคนไร้บ้านที่เคยเป็นช่าง เอามาซ่อมด้วยการแกะอะไหล่จากตัวนึงมาใช้อีกตัวนึง (ไม่ซื้ออะไหล่ใหม่) ซ่อมแล้วก็ขายในราคาประมาณ 30% พัดลมกับไมโครเวฟ 200-300 บาท ขายดีมาก โครงการนี้เวิร์คมากจนเตรียมต่อยอดไปทำศูนย์ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ต่างๆ ชิ้นที่ซ่อมไม่ได้ก็แกะขายไปรีไซเคิล และเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์
.
[5] หนังสือคุณภาพดีคัดไปขายในร้านหนังสือของกระจกเงา หนังสือเรียนตำรามอบให้โรงเรียนฟรี ถ้าสภาพไม่ดีแล้ว จะชั่งกิโลขายเป็นเศษกระดาษซึ่งทำเงินได้วันละ 40,000 บาทเลยนะ
.
[6] ของทั้งหมดขายในร้านแบ่งปัน เหมือนห้างย่อมๆ มีหลายแผนก หลายสาขา เติมของทุกคืน พอเปิดร้านตอนเช้าพ่อค้าแม่ขายหลายร้อยคนจะกรูกันเข้ามาแย่งกันคัดของ พวกเขาทุนน้อยเลยไม่ได้ซื้อไปเยอะ บางคนมีทุนแค่หลักร้อย เอาไปขายเป็นของมือสองตามตลาดนัด หลักคือตั้งราคา 30 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เทียบกับใครก็ถูกกว่า เอาไปบวกราคาขายแล้วคนรายได้น้อยยังเข้าถึงได้ สินค้าหลากหลายมาก เครื่องดนตรี ไม้กอล์ฟ จักรยานวินเทจ อุปกรณ์แคมปิ้งก็ยังมี ทุกร้านมียอดขายรวมกันได้เดือนละ 6 ล้านบาท
.
[7] นี่ไม่ใช่ร้านที่ขายของตามมีตามเกิด แต่เน้นเคลียร์ของ ต้องทำโปรโมชั่น ลดแลกแจกแถม เพื่อให้ของออกให้หมด แต่ถ้าไม่หมดจริงๆ ก็จะเอาสมทบกับโครงการที่บริจาคของให้หน่วยงานที่ต้องการ
.
[8] โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้องเอาคอมพิวเตอร์เก่ามาซ่อม ด้วยการใช้อะไหล่จากเครื่องอื่น ซ่อมเสร็จลงโปรแกรมเรียบร้อยจะขายให้โรงเรียนเครื่องละ 1,000 บาท พร้อมประกันตลอดชีพ! โรงเรียนที่จะซื้อได้ต้องมีครูวิชาคอมพิวเตอร์เท่านั้น โครงการนี้ขายคอมได้เดือนละ 500 เครื่อง ส่วนที่เหลือใช้ก็เอาไปแยกส่วนขาย (ซากคอมของเรา คือ เงินเดือนละห้าแสนของเขา)
.
[9] บางโครงการก็ตั้งขึ้นมาเพื่อบริจาคต่ออย่างเดียว เช่น สินค้าพวกสื่อการเรียนการสอน เครื่องเขียน จะบริจาคให้โรงเรียน ถ้วยรางวัลแกะป้ายออก ก็เอาไปใช้ต่อได้แล้ว โซนที่สนุกคือ ให้อาสาทดสอบว่าปากกายังเขียนได้ไหม เด็กประถมก็ช่วยงานอาสาโซนนี้ได้อย่างสนุกสนาน โครงการนี้ไม่มีรายได้ โครงการที่หาเงินได้เยอะจะมาช่วยจ่ายค่าจ้าง ค่าบริหารจัดการให้
.
[10] ที่นี่มีอุปกรณ์สำนักงานเยอะมาก ยิ่งถ้ามาจากออฟฟิศ เฟอร์นิเจอร์สำนักงานจะสภาพดีมาก องค์กรเอ็นจีโอไหนจะเปิดออฟฟิศใหม่ มาเลือกซื้อของที่นี่ไปใช้ได้ ไม่มีเงินก็ผ่อนได้ ออฟฟิศของกระจกเงาเองก็ใช้ของบริจาคเกือบทั้งหมด ยกเว้นแอร์ และพวกเขามีความฝันว่าจะเปิดร้านเครื่องเขียนให้ฟรีกับคนทำงานด้านสังคม อยากได้อะไรมาเอาได้ที่ร้านนี้
.
[11] ของบริจาคมีหลายแบบ ของใหม่เอี่ยมก็มี เช่น ซื้อมาใช้แล้วเหลือ ของเคลียร์สต็อก (แบรนด์แฟชั่นดังก็มี พร้อมเงื่อนไขว่า ห้ามขาย ต้องแจกเท่านั้น) ของแปลกๆ ก็มี เช่น แผ่นยิปซั่ม ที่นี่มีกฎว่า ไม่ปฏิเสธ จะรับหมด มีคนบริจาคตู้เย็นให้ 56 ตู้ก็รับ ตอนนี้ของที่มาหลายร้อยชิ้นแล้วไม่ค่อยออกไปคือ ชักโครก
.
[12] เฟอร์นิเจอร์เยอะขึ้นเรื่อยๆ จนต้องหาช่างมาซ่อมเพื่อให้มันเอากลับไปใช้ต่อได้ โดยจะไม่มีการเสียเงินซื้ออะไหล่ใหม่เด็ดขาด ยกเว้นแค่น็อต คนที่มาบุกเบิกทำให้เกิดศูนย์นี้คือ อิเกีย เขาพาไปดูโกดังและระบบการซ่อม ทำให้เข้าใจปรัชญาการซ่อมเฟอร์นิเจอร์ รับช่างไปฝึก ตอนนี้อิเกียทำบันทึกข้อตกลงกับกระจกเงาว่า จะส่งเฟอร์นิเจอร์มาซ่อมที่กระจกเงา (โดยอิเกียจะส่งอะไหล่มาให้) บริษัทเครื่องมือช่างบางแห่งก็ทำแบบเดียวกัน อุปกรณ์ที่ลูกค้าส่งซ่อม เขาก็เอามาจ้างกระจกเงาซ่อม หมายความว่า อดีตคนไร้บ้านและคนแก่จะมีงานมีรายได้
.
[13] ช่างคือหัวใจของร้านมือสอง ที่นี่ก็เช่นกัน ช่างเก่งๆ ถูกดึงตัว แต่เขาแทบไม่ไป เพราะที่นี่อยู่กันแบบครอบครัว นับถือกันเป็นญาติ มีความสุขดีแล้ว และเป็นงานที่ทำแล้วมีความหมายกับชีวิตเพราะมันได้ช่วยคนอีกมากมาย
.
[14] หลักที่ว่าไม่ซื้ออะไหล่ใหม่ ทำให้ของหลายประเภทต้องถูกทิ้ง ก็เลยเกิดโครงการใหม่ จับของเหลือจากสินค้าประเภทต่างๆ มาสร้างเป็นสินค้าชิ้นใหม่ มาดูกันได้ในงาน Sustrends 2026
.
[15] ทุกงานต้องคิดเยอะ และบริหารจัดการทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด เช่น วันที่เอาเตียงออกไปส่ง ต้องใช้รถใหญ่และคนไปกับรถ 3 คน วันนั้นเมื่อส่งเตียงแล้ว ต้องรับเตียงที่คนบริจาคกลับมาด้วย
.
[16] เฉลี่ยแล้วมีคนมาเป็นอาสาปีละ 10,000 คน แต่ปีนี้ถึงตอนนี้ก็ทะลุ 15,000 คนแล้ว บางทีแรงงานเหลือ ก็ส่งไปช่วยเช็ดตัวผู้ป่วยติดเตียง ไปช่วยทำความสะอาดบ้านคนแก่ที่อยู่คนเดียว
.
[17] ขอเล่าเรื่องโครงการจ้างวานข้าสักนิด เริ่มแรกไม่มีคนเชื่อว่าคนแก่จะทำงานได้คุ้ม เลยไม่มีคนจ้าง กระจกเงาเลยส่งไปให้ใช้ฟรี เพื่อแสดงให้เห็นว่า คนแก่ทำงานได้ (โครงการเอาเงินตัวเองจ่ายค่าแรง 500 บาทให้) พอลูกค้าเริ่มเห็นว่าทำได้ เขาก็ขอจำนวนคนเพิ่ม กระจกเงาก็รับคนเพิ่มทำให้กองกำลังใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มีจำนวนรองรับงานได้ พอติดใจก็ขอเก็บเงิน 50% เพิ่มเป็น 80% และเต็มราคา งาน Sustrends ก็ใช้บริการจ้างวานข้าเช่นกัน
.
[18] หัวหน้าโครงการทั้งหลายของกระจกเงามีสิ่งที่เหมือนกันคือ มีเป้าหมายว่าต้องเอาชนะปัญหาให้ได้ ไม่ได้ไม่เลิก พวกเขาไม่มีเอาติ้ง ไม่มีกิจกรรมเสริมสร้างความสามัคคีในทีม แต่การลงพื้นที่ลุยงานภัยพิบัติร่วมกัน ช่วยหลอมรวมให้ทุกคนสนิทกันได้อย่างดี
.
[19] กระจกเงามีพนักงานประจำเกือบ 200 คน ทำโครงการมากมาย เช่น ตามหาคนหาย ใช้เงินในการทำงานมหาศาล ปีที่แล้วเป็นปีแรกที่มีรายได้จากการขายของมากกว่าเงินบริจาค ถ้าคิดแบบธุรกิจ ขายของมือสองแทบไม่มีใครมาแข่งด้วย แต่การขอทุนคู่แข่งเยอะมาก ถ้าอยากสเกลแต่ละโครงการให้ได้ ต้องเลี้ยงตัวเองให้ได้ก่อน ทำให้ทุกโครงการต้องคิดแบบผู้ประกอบการด้วย
.
[20] กระจกเงาได้รับของบริจาคจากองค์กรขนาดใหญ่จำนวนมาก แบรนด์ดังของไทยและของโลกก็เอาของจำนวนมากมาให้แบบไม่ได้หวังจะเป็นข่าว มีแม้กระทั่งแพลตฟอร์มจองที่พัก เอาห้องพักมาบริจาคให้ญาติผู้ป่วยพักเวลาเดินทางจากต่างจังหวัดมาหาหมอในกรุงเทพฯ ตอนนี้กระจกเงาเลยมีบทบาทเป็นศูนย์กลางในการส่งต่อทรัพยากรเหล่านี้ไปยังองค์กรอื่นๆ ที่ต้องการด้วย
.
มาติดตามเรื่องราวเต็มๆ ของกระจกเงา
และเรื่องความยั่งยืนอื่นๆ รวมถึงงานอาสาสมัครวิธีคิดใหม่ได้ในงาน Sustrends 2026 และสมัครเป็นอาสาของกระจกเงาที่นี่ได้ด้วย
.
พบกับ
- 45 เทรนด์ความยั่งยืนที่กำลังจะเปลี่ยนโลกจาก 15 วงการ
- 50 งานอาสาสมัครรูปแบบใหม่จาก 40 องค์กร
- 40 โปรเจกต์สังคมสุดอิมแพคที่น่าร่วมงาน
- 20 กิจกรรมมีความหมายที่ชวนพนักงานไปร่วมได้
- 10 ร้านอาหารโดยกลุ่มเปราะบาง