ก็เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสารอาหารในร่างกายได้ไม่แพ้ อุจจาระและปัสสาวะ
ซึ่งตัวผู้เขียนก็ประสบปัญหานี้เนื่องจากการบริจากโลหิตทุก ๆ สามเดือน เลยทำให้สูญเสียแร่ธาตุในระบบของร่างกายไปพอสมควร และใช้เวลาซ่อมนานนับเดือนกว่าจะสวยเป็นปกติ ก็เลยอยากแบ่งปันความรู้นี้เพื่อเรา ๆ ท่าน ๆ จะได้พึงสังเกตและแก้ไข
ขอย้ำนะครับ ว่า อวัยวะแต่ละส่วนของร่างกาย ต้องการสารอาหารต่างชนิดกัน จึงควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย และหลีกเลี่ยงอาหารขยะ เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้ขาดสารอาหารแต่ยังทำลายสุขภาพอีกด้วย
ลักษณะโครงสร้างของเล็บแบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ ดังนี้ครับ
1. Nail plate
คือ แผ่นเล็บ ประกอบด้วย เซลล์ที่ตายแล้ว เล็บจะยาวและงอกใหม่ตลอดเวลา มีโปรตีนที่เรียกว่า keratin ซึ่ง keratin ที่เล็บต่างจาก keratin ของผิวหนัง คือ เล็บจะเป็น Hard keratin ส่วนผิวหนังจะเป็น Soft keratin ดังนั้นเล็บจึงมีความแข็ง ส่วนผิวหนังจะนุ่มกว่า โดย Hard keratin ในร่างกายจะพบที่แผ่นเล็บและเส้นผมหรือขน (Hairs) ส่วนบริเวณอื่นๆ ของร่างกายจะเป็น Soft keratin ทั้งสิ้น Hard keratin มีข้อแตกต่างจาก Soft keratin คือ Hard keratin จะไม่หลุดลอกไปเอง จะต้องตัดออก เช่น ตัดเล็บ ตัดผม ส่วน Soft keratin นั้นจะลอก หลุดออกไปเป็นขี้ไคลเองตามธรรมชาติ ความหนาของ Nail plate นั้น เล็บผู้ชายจะหนากว่าเล็บผู้หญิง และเล็บนิ้วเท้าจะหนากว่าเล็บนิ้วมือ ซึ่งในบริเวณโคนเล็บจะพบเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว เรียกว่า Lunula ซึ่งก็คือ ส่วนของตัวสร้างเล็บ ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่ Nail plate ยึดกับ Nail bed อย่างหลวมๆ และแยกออกจากกันได้ไม่ยาก
2. Proximal nail fold
คือ ผิวหนังด้านล่างบริเวณโคนเล็บ มีเยื่อขาวๆที่เรียกว่าคิวติเคิล ช่วยยิดโคนเล็บให้ติดกับ Nail plate
3. Lateral nail folds คือ ผิวหนังที่ปกคลุมด้านข้างทั้งซ้ายและขวาของ nail plates ไว้ ทำให้ nail plate ถูกปกคลุมด้วยผิวหนังตลอด 3 ด้าน คือด้านโคนเล็บถูกปกคลุมด้วย proximal nail fold และด้านข้างทั้ง 2 ด้านปกคลุมด้วย lateral nail folds เหลือเพียงด้านด้านบนด้านเดียวที่ไม่มีผิวหนังปกคลุมซึ่งเป็นด้านที่เล็บจะยาวออกไป
4. Nail matrix
คือ ตัวสร้างเล็บ (nail plate) ประกอบไปด้วยเซลล์ต่างๆ โดยเซลล์ส่วนใหญ่คือ keratinocyte ที่จะผลิตเล็บให้ยืดยาวออกไป
5. Nail bed
คือ เนื้อเยื่อที่อยู่ใต้ nail plate
6. Hyponychium
คือ ผิวหนังบริเวณที่ Nail plate แยกตัวออกจาก nail bed ทำให้สามารถตัดเล็บได้บริเวณตำแหน่งนี้
มาลองล้างเล็บให้สะอาดเป็นธรรมชาติ แล้วมานั่งดูเล็บกันดีมั๊ยครับ
ซึ่งพอจะบอกถึงความน่าจะเป็นของปัญหาสุขภาพที่กำลังเกิดขึ้นกับร่างกายได้ดีพอสมควรครับ
1.1 ถ้าผิวเล็บบริเวณใดบริเวณหนึ่งเป็นร่องขวาง แสดงว่าผู้ที่มีเล็บดังกล่าวเคยได้รับผลกระทบทางด้านอารมณ์อย่างรุนแรง ก่อให้เกิดอาการขาดสารอาหาร หรือเคยเจ็บป่วยค่อนข้างหนักก่อนหน้านี้
1.2 ถ้าตัวเล็บเป็นร่องหลายร่อง มักพบในผู้ป่วยที่เป็นพยาธิหรือการทำงานของลำไส้ไม่ดี ถ้าเป็นที่หัวแม่มือมักเป็นผู้ที่ไม่กระฉับกระเฉง ถ้าเป็นที่นิ้วชี้แสดงว่าเป็นโรคผิวหนัง ถ้าเป็นที่นิ้วกลางมักเป็นโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อไม่มีแรง ถ้าเป็นที่นิ้วนิ้วนาง มักเกิดโรคเกี่ยวกับตา หลอดลมอักเสบ โรงทางเดินหายใจ ถ้าเป็นที่นิ้วก้อยมักเป็นโรคที่เกี่ยวกับคออักเสบ โรคประสาท หรือถุงน้ำดี
2.1 ถ้าเล็บงุ้ม มักเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง หรือพิษสุราเรื้อรัง หรือโรคเกี่ยวกับข้อ
2.2 ถ้าเล็บงอน มักเป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ อาการห้อเลือดเรื้อรัง อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ หรือขาดธาตุแคลเซียม
3.1 เล็บสั้นและเป็นเหลี่ยม มักเป็นโรคหัวใจที่เกิดจากอารมณ์ฉุนเฉียว โมโหง่าย ยิ่งถ้ามีเนื้อเล็บรูปครึ่งวงกลมเล็ก ๆ สีขาวบริเวณโคนเล็บ หรือไม่มี อาการของโรคก็จะชัดเจน และรุนแรงมากขึ้น
3.2 ถ้าโคนเล็บเล็ก ปลายเล็บใหญ่มีลักษณะคล้ายสามเหลี่ยม มักเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง มีอาการชาและปวดได้ง่าย ถ้าเล็บซีด หรือเหลืองคล้ำ แสดงว่าอาการของโรคกำเริบ
3.3 เล็บสั้น มักเป็นโรคขาดสารอาหาร หรือเป็นผู้ที่มีความไวต่อความรู้สึกต่าง ๆ
3.4 ตัวเล็บกว้างแต่สั้น แสดงว่าเป็นผู้ที่หัวใจค่อนข้างอ่อนแอ และมักเกิดโรคบริเวณท้องและเอว หรือช่วงล่างของร่างกาย ถ้าปลายเล็บเรียบและลึกเข้าไปในเนื้อมักเกิดโรคเกี่ยวกับประสาท โรคปวดข้อ ถ้าเป็นหญิงมักเป็นโรคเกี่ยวกับมดลูก ถ้าผิวเล็บด้านไม่แวว มักตั้งครรภ์ได้ยาก
3.5 ฐานและปลายเล็บเล็ก ตรงกลางใหญ่คล้ายรักบี้ แสดงว่า หลอดเลือดหัวใจมีปัญหา หรือ เป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง
3.6 เล็บเป็นรอยเส้นตามความยาวของเล็บ เนื้อเล็บส่วนกลางบาง มักมีพยาธิปากขอ หรือขาดแคลเซียม
3.7 เล็บตรงกลางนูนขึ้นปลายงุ้มลง ถ้าเป็นทั้งสิบนิ้ว(ในระดับต่าง ๆ กัน) แสดงว่าเป็นโรคเกี่ยวกับระบบหายใจ เช่น วัณโรคปอด หืด เป็นต้น
3.8 เล็บรูปจันทร์เสี้ยว แสดงว่าเป็นโรคเกี่ยวกับเนื้องอกได้ง่าย
3.9 เล็บแบนเรียบ(ไม่โค้ง) เหมือนแผ่นกระดานติดอยู่บนนิ้ว มักเป็นผู้ที่มีภูมิต้านทานร่ากายน้อย ร่างกายอ่อนแอขี้โรค 3.10 ฐานเล็บเล็กปลายกว้างคล้ายเปลือกหอย มักเป็นผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ หลอดเลือดสมองแตกหรือเป็นอัมพาตได้ง่าย หรือเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง
3.11 เล็บมีรอยยาวและเนื้อเล็บแตกง่าย มักมีร่างกายอ่อนแอ เป็นโรคผิวหนังได้ง่าย ถ้าปรากฏที่หัวแม่มือ แสดงว่ามักเป็นคนที่กินอาหารจำเจ จนเป็นเหตุให้เกิดโรค
3.12 เล็บยาว มักเป็นผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ ระบบหายใจไม่แข็งแรง ถ้าเล็บสีคล้ำ ผิวเล็บเป็นรอยเส้น ยาวเห็นได้ชัดเจน อาการโรคเกี่ยวกับระบบหายใจก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
3.13 เล็บยาวแต่แคบ เล็บซีดหรือสีคล้ำ มักเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกโดยเฉพาะกระดูกสันหลัง และมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย3.14 เล็บเป็นร่อง มักเป็นโรคขาดอาหาร หรือเป็นผู้ที่ตรากตรำทำงานหนัก หรือเป็นผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ ระบบหายใจไม่แข็งแรง
4. เล็บนูนเป็นเส้น เป็นริ้ว : ขาดวิตามินเอและโปรตีน ไตผิดปกติ
5. เล็บฉีก เปราะ หรือหลุด : ขาดวิตามินเอและดี โลหิตไหลเวียนไม่สะดวก โรคไทรอยด์ ขาดกรดไฮโดรคลอริก, ธาตุเหล็ก, แคลเซียม และโปรตีน
6. เล็บแอ่นงอขึ้น : ขาดธาตุเหล็กและสังกะสี โรคไทรอยด์
7. ปลายเล็บงุ้มลง : หัวใจและตับผิดปกติ มีปัญหาการหายใจ ขาดวิตามินบี 12
8. เล็บดำคล้ำ บุ๋มเป็นรูปช้อน : โรคโลหิตจาง ขาดวิตามินบี 12
9. เล็บแบน : ขาดธาตุเหล็ก,โปรตีน และวิตามินบี 12 โรคสะเก็ดเงิน โรคเบาหวาน
10. เล็บกว้าง เป็นรูปสี่เหลี่ยม : ฮอร์โมนไม่สมดุล
11. เล็บหนา : ระบบไหลเวียนโลหิตไม่ดี โรคไทรอยด์
12. เล็บบุ๋ม ฉีก : ขาดวิตามินซีและโปรตีน
13. เล็บยาวช้า : ขาดธาตุสังกะสี
14. จมูกเล็บลอกบ่อย : ขาดวิตามินซี
1. เล็บมีจุดๆ สีขาว : ขาดธาตุสังกะสี โรคไทรอยด์ หรือขาดกรดไฮโดรคลอริก
2. เล็บมีแถบขาว : ขาดธาตุสังกะสีหรือโปรตีน โรคหัวใจ ตับและไตมีปัญหา
3. เล็บสีขาว แต่ปลายสีชมพู : โรคตับแข็ง
4. เล็บขาวซีด : ตับทำงานผิดปกติ เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ไตมีปัญหา โลหิตจาง ขาดแร่ธาตุ มีธาตุทองแดงมากเกินไป
5. เล็บเปลี่ยนสี : ขาดวิตามินบี 12 มีปัญหาที่ตับหรือไต
6. เล็บเหลือง : ขาดวิตามินอี เลือดไหลเวียนไม่สะดวก บวมน้ำเหลือง ตับมีปัญหา ระบบหายใจมีปัญหา โรคเบาหวาน ติดเชื้อรา ระบบขับถ่ายทำงานมากเกินไป
7. เล็บเขียวคล้ำ : ติดเชื้อแบคทีเรียที่เล็บ
8. เล็บสีน้ำเงินคล้ำ : มีปัญหาที่ปอด, หัวใจ และระบบไหลเวียนโลหิต ปฏิกิริยาจากการใช้ยา โลหิตเป็นพิษอันเนื่องจากมีธาตุเงินและทองแดงมากเกินไปในร่างกาย
9. เล็บมีวงกลมสีน้ำเงิน : โรครูมาตอยด์
10. เล็บมีแถบดำ : ต่อมหมวกไตไม่ค่อยทำงาน ปฏิกิริยาจากเคมีบำบัด หรือการฉายรังสี
11. เล็บสีน้ำตาล : ไตวาย
12. เล็บมีสีครึ่งน้ำตาลครึ่งขาว : ไตวาย
13. เล็บมีเส้น ริ้ว สีน้ำตาลหรือดำ จากโคนถึงปลายเล็บ : มะเร็งผิวหนังเมลาโนมา
14. ปลายเล็บมีสีคล้ำ : ขาดวิตามินบี 12
เฝ้าสังเกตุกันนะครับ จะได้แก้ไขได้ทันท่วงทีและถูกวิธี
ข้อมูลดีดี : หมอนอกกะลา